Loading...


"ซัคเซสมอร์"ทุ่ม 115 ล้าน ร่วมทุนโรงงาน










"ซัคเซสมอร์’"ทุ่มงบ 115 ล้าน ร่วมทุนโรงงาน

เทคโนโลยี NASA ฆ่าเชื้อล้ำสมัยแห่งแรกในไทย 

"ซัคเซสมอร์” ทุ่มงบกว่า 115 ล้านบาท เดินหน้าสวนวิกฤตโควิด -19 ร่วมลงทุนโรงงานผลิตสินค้า “ เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ ” โชว์ระบบการทำงานอัตโนมัติและเทคโนโลยีล้ำสมัยฆ่าเชื้อจาก NASA แห่งแรกในเมืองไทย ขยายไลน์การผลิตรองรับความต้องการเพิ่ม เติมพลังการแข่งขันทางการตลาด ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเป้ากระจายสินค้าทั่วอาเซียนและจีน ผลักดันธุรกิจทั้งระบบโตยั่งยืน 

 บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิงค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ได้เปิดแถลงข่าวการร่วมลงทุนโรงงานผลิตสินค้า และนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบ ณ บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ หรือ SMI ตำบลบึงคำพร้อย จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายแพทย์ สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร และนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้ร่วมแถลง 

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)” ประกอบธุรกิจขายตรง โดยก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 และเริ่มดำเนินการทางธุรกิจเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 และได้จดทะเบียนแปรสภาพ เป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 และคาดว่าจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยประเภทธุรกิจพาณิชย์ และเสนอขายหุ้นสามัญภายในเร็วๆ นี้ 

ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 115 ล้านบาท ร่วมลงทุนโรงงานผลิตสินค้าภายใต้ชื่อ “บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด” หรือ SMI เพื่อขยายไลน์การผลิตรองรับต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการประกอบธุรกิจโรงงานถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ในการบริหารต้นทุน สามารถกำหนดราคาในการแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น จึงผ่านมติคณะกรรมการบริษัท ให้ลงทุนในโรงงานผลิต ร่วมกับคู่ค้ารายใหญ่ บริษัท เซ็น ไบโอเทค จำกัด (ZEN) ภายใต้ชื่อ บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด เพื่อความยั่งยืน และการเติบโตของกิจการ 

“โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าโดยใช้นวัตกรรมใหม่ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เร่งผลักดันการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและมีเป้าหมายขยายต่อไปประเทศจีน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งจะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้เป็นอย่างดี" 

ด้าน CEO นพ.กฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่ง CEO บริษัทเอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด กล่าวถึงการลงทุนในครั้งนี้ว่า บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ที่ตั้งบริเวณคลองห้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยบริษัท เซ็น ไบโอเทค จำกัด (ZEN) โดยในวันที่ 10 มีนาคม 2563 ทาง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ได้ผ่านมติ คณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อเข้าซื้อกิจการในร้อยละ 55 

ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจ SMI ประกอบธุรกิจเป็นโรงงานผลิต และศูนย์วิจัยและพัฒนา อาหารเสริมให้กับซัคเซสมอร์ ซึ่งเป็นองค์กรแรกในประเทศที่นำเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยหลอดยูวิซี เทคโนโลยีล่าสุดจากองค์การนาซ่า (NASA) มาใช้ในกระบวนการผลิตทั้งหมด โดยเทคโนโลยีดังกล่าวผ่านการรับรองแล้วว่ามีความปลอดภัยกับมนุษย์ จะเห็นได้จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ติดตั้งในรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อฆ่าเชื้อโควิค-19 ในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงเท่านั้น SMI ยังใช้เทคโนโลยีสกาด้า (SAKADA:Supervisory Control And Data Acquisition) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ติดตั้งไว้ภายในห้องคอนโทรลรูมทำหน้าที่ในการตรวจสอบและประมวลผลความผิดปกติของกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ สามารถนำดาต้าที่ได้มาใช้ในกระบวนการวางแผนการผลิตได้หลายโรงงาน

สำหรับที่ตั้งโรงงานจัดตั้งขึ้นในพื้นที่จำนวน 1 ไร่พร้อมอาคารด้วยงบมูลค่า 30 ล้านบาทและลงทุนในเครื่องจักรและงานระบบติดตั้งเครื่องจักรด้วยงบลงทุน 40 ล้านบาท ดังนั้น SMI ลงทุนในสินทรัพย์ทั้งสิ้น 70 ล้านบาท และมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับกิจการ อีก 30 ล้านบาท ซึ่งเงินทั้งหมดเกิดจากการระดมทุนจาก SCM และ ZEN โดยการก่อสร้างโรงงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จบางส่วน และมีการผลิตรอบแรกในช่วงปลายเดือน กรกฎาคม 2563 และสามารถดำเนินธุรกิจได้เต็มกำลังการผลิตในเดือน พฤศจิกายน 2563 นี้

ส่วนการผลิตสินค้าในช่วงแรกโรงงานสามารถผลิตสินค้า ที่โอนการผลิตจาก กลุ่มบริษัทเซ็น ไบโอเทค ทั้งหมดจำนวน 18 รายการ ประกอบด้วยกลุ่มอาหารเสริม โดยรวมถึงรายการผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของบริษัทฯ เช่น Phytovy, Phytovy LIVE, Mores Collagen, กาแฟ และรายการสินค้าอื่นอีกมากมาย ซึ่งคาดว่าจะมีกำลังการผลิตกว่า 3.6 ล้านซองต่อเดือนในอนาคต ในรูปแบบแคปซูล ตอกเม็ด และชนิดผง ซึ่งคาดว่าแจะสามารถทำกำไรสุทธิได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของรายได้ทั้งหมด และประเมินอัตราการเติบโตต่อปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี สำหรับโรงงานผลิต โดยคาดการณ์แนวโน้มจากภาวะตลาดของอาหารเสริมในปัจจุบัน และปริมาณลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง โดย SMI จะทำการรับจ้างผลิต หรือ OEM ให้กับลูกค้าที่ไม่ใช่คู่แข่งทางการค้าด้วย

ในขณะที่แผนการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย CEO นพกฤษฏิ์ กล่าวว่า บริษัทฯถือเป็นน้องใหม่ของวงการที่มาแรง สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ได้รับการยอมรับจากสมาชิก และผู้บริโภคโดยบริษัทฯ มีรายได้ติดอยู่ในอันดับ TOP 10 ระดับ 1,000 ล้านบาท จากกว่า 400 บริษัทขายตรงในประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพสูงทางด้านการทำธุรกิจในรูปแบบ Multi-level Marketing ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพ และไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังตลาดอาเซียน โดยบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่นตลาดในประเทศจีน เพื่อที่จะขยายธุรกิจออกไป และทำให้กิจการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนในอนาคต 

“สิ่งที่สำคัญที่เรามุ่งเน้นคือการสร้างแบรนด์ "ซัคเซสมอร์" ให้แข็งแกร่ง เพื่อตอกย้ำ Brand Essence ของเรา ที่สื่อถึง ‘พลังแห่งชัยชนะของผู้คน’ ให้นักธุรกิจและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์จะสามารถรับรู้ได้ถึงพลังแห่งชัยชนะ ด้วยการมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการใช้สินค้า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยแนวคิดการสร้างชุมชน Wellness & Well-being และเครื่องมือทางธุรกิจที่บริษัทฯ มอบให้ ทุกคนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม SCM ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบคุณค่าในเรื่องการแบ่งปัน ช่วยเหลือสังคม และยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”


Loading...






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : ซัคเซสมอร์ทุ่ม 115 ล้าน ร่วมทุนโรงงาน  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ