Loading...


กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าปัดเคอร์ฟิวร์พื้นที่ลำพะยา










ปัตตานี-กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันพื้นที่ลำพะยาไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิวร์ แต่จะใช้มาตรการทางกฏหมายต่อผู้ก่อเหตุรุนแรง ขณะนี้จนท.จับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย

 

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.62 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศเคอร์ฟิวส์ทั่วพื้นที่เพื่อตามล่ากลุ่มโจร BRN ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ประชาชน 15 ศพ ในช่วงที่ผ่านมา นั้น ทั้งนี้การนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอชี้แจงว่า

 

“ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงโดยปัจจุบันหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่มและตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดันและติดตามจับกุมในพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านให้การสนับสนุน พื้นที่ป่าภูเขาช่วงรอยต่อจังหวัดสงขลา และบ้านเครือญาติ “

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นราษฎรพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิด โปรยตะปูเรือใบและเปายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวที่ ต.อ.ธารโต จ.ยะลา อยู่ระหว่างการซักถามเพื่อขยายเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

 

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว

 

อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง

 

สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัย แม่ทัพ ภาค 4 ได้ปรับแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชุมชนให้รัดกุมมากขึ้นทั้งนี้เพราะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)เป็นเพียงประชาชนจิตอาสาที่เสียสละและอุทิศตนเข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยชุมชนของตนเองไม่ใช่เป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนดังที่องค์กรแนวร่วมและกลุ่ม PerMas นำมาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการBRN ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงที่ผ่านมา


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ