Loading...


ตามฮอยวิถีคนขายน้ำ​ถิ่นแดนศรีสะเกษ










ตามฮอยวิถีคนขายน้ำ​ถิ่นแดนศรีสะเกษ

ขอเป็นส่วนหนึ่งซับน้ำตาเหยื่อภัยแล้ง

 

โดย...​ เสนาะ​ วรรักษ์

เชื่อไหมว่ายังคงมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่ดื่มน้ำบ่อเหมือนในยุคอดีต ​โดยไม่ผ่านการต้ม​ กรอง และฆ่าเชื้อโรคจากคลอรีน​เพราะระบบน้ำปะปายังเข้าไม่ทั่วถึง วันนี้ผมจะพาท่านไปสัมผัส​กับหมู่บ้านแล้งซ้ำซากแห่งเมืองศรีสะเกษ

ผมยังคงเกาะติดกับ​ความเป็นอยู่กับ" วิถีชีวิต"​ ของชาวบ้าน ​ซึ่งยังหาคำอื่นมาแทน​คำว่า"​ วิถีชีวิต" ไม่ได้​ หรือ​จะใช้คำว่า"วงจรชีวิตชนบท"ก็ไม่ผิด หมายความว่า​ พอถึงฤดูแล้งก็ซื้อน้ำจากบ่อมาบริโภค

น้ำบ่อแห่งนี้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านแดง​ ต.ขุนหาญ​ อ.ขุนหาญ​ จ.ศรีสะเกษ อยู่ห่างรัศมีชุมชนประมาณ​ 20​ กม.นำน้ำมาเพื่อใช้เป็นน้ำดื่ม ​หุงข้าว ​ทำกับข้าว มาชั่วนาตาปี

จะเรียกว่า​ "​น้ำดิบ" ก็ไม่ผิดนัก

ผมถามว่าชาวบ้านที่นั่นว่าได้เอาไปต้มก่อนดื่มไหม​ คำตอบที่ได้ คือ

ไม่ได้ต้ม​ ผมไม่เคลือบแคลง

เพราะชีวิตผมเคยสัมผัส​มากับตัวเอง โตมากับน้ำบ่อ​น้ำดิบ นั่นแหละ ไม่เห็นเป็นอะไร...?

ตอนเป็นเด็กอยู่บ้านนอกคอกนา​ ที่อดีตเคยอยู่ในพื้นที่จ.สุรินทร์ ก่อนย้ายถิ่นฐานมาปักหลัก จ.ศรีสะเกษ​ หน้าแล้ง​มาเยือนทุกปี ชาวบ้านต้องเอาครุถังไปรอตักน้ำจากบ่อน้ำ ​หาบมาบ้าน​พี่สาวผมก็ไปตักมาเหมือนกัน​มาใส่โอ่งก็ตักกินอย่างสบายอารมย์​ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูแล้งน้ำของทุกปี หนองน้ำธรรมชาติแห้งลงอย่างรวดเร็วเพราะน้ำกักขังไว้ระเหยไปกับแดดที่ร้อนระอุ​

ทางรอดของการดำรงชีวิตมีทางเดียวคือ ชาวบ้านจะต้องขุดบ่อในหนองน้ำหาตาน้ำ​ ต้องไปรอเข้าคิวในตอนบ่ายถึงดีกดื่นกว่าจะได้ตักน้ำนำไปอุปโภคบริโภค

ความระทมข์ทุกหน้าแล้งของชาวบ้านศรีสะเกษกับสุริทร์ ไม่แตกต่างกัน

ผมขอย้อนตำนานที่เล่าขานให้ฟังว่า​ "สุริทร์ตำน้ำบริโภค" น้อยคนที่รู้รายละเอียด

ผมมีประสบการณ์สัมผัสมาเองกับตัวจะเล่าให้ฟัง

หนองน้ำในหมู่บ้านผมน้ำแห้งมากในฤดูแล้ง​ เมื่อน้ำแห้งยังไม่สนิทก็จะเหลือน้ำเป็นหลุมๆประปรายเต็มหนองหลายหลุม​ ควายที่ขาดน้ำไม่ได้ก็ต้องลงไปแช่​ ก็ส่งกลิ่นสาปควายตลบอบอวน​ บ่อน้ำมีน้อยคนรอคิวมากก็ดักเอาน้ำที่เหลืออยู่ก้นหนองนี่แหละ​ เอาไปรวมกันในหลุมที่ขุดขึ้นไม่ลึกไม่ใหญ่นัก​ จากนั้นก็เอากิ่งไม้ ตัดเอาใบออกให้เหลือระเกะระกะ​เอามา ตำ ​ตำ ​ตำ​ เพื่อให้น้ำกระเพื่อม​ รอให้ดินนอนก้น​แล้วก็ตักเอาน้ำนั้นอาบ​ หาบกลับบ้าน​ ขนาดนั้นเชียวละครับ​!

สมัยนั้นมีสารส้ม (ก้อนผลึกสีขาวขนาดกำปั้นก็มี)​เอาไปกวนน้ำขุ่นๆให้ใส​ แล้วนำมาอาบ​ จะใช้ซักเสื้อด้วยผ้าสบู่หรืออาบน้ำก็ไม่เกิดฟองเท่าที่ควร​ ชาวบ้านที่อยู่ตามชนบทสมัยก่อนลำบากมาก​

ส่วนฝนทิ้งช่วง เจอแล้งยาวนาน ยุคนั้นไม่มีเงินเยียวยาเหมือนยุคปัจจุบันนี้หรอก ยากมีเงินมีทองใช้ทำได้คือกู้ยืนจากนายทุน​ดอกเบี้ยแพงทบต้นทบดอกนานหลายปีกว่าหมดหนี้สิน ทำให้ชาวบ้านตาดำๆถึง​จนมาถึงทุกวั้น

สำหรับบ่อน้ำนี้อยู่ในพื้นที่บ้านแดง​ ต.ขุนหาญ​ อ.ขุนหาญ​ จ.ศรีสะเกษ​ ผมได้ลงพื้นที่งไปสำรวจภัยแล้ง​ พบกับ นายวันนา​ (ขอสงวนนามสกุล)คนขายน้ำกำลังสูบน้ำพอดี​ บอกว่า​ น้ำที่กำลังสูบอยู่นี้ เพื่อที่บรรทุกไปส่งให้ชาวบ้านที่บ้านจังกะดาน​ ต.ไพรบึง​ อ.ไพรบึง​ ห่างจากที่นี่ประมาณ 15​ กม.ถังที่บรรจุน้ำได้ 2,500​ ลิตร​ ขายในราคา​ 250 บาท

สำหรับบ่อน้ำแห่งนี้มีน้ำซึมออกมาจากตาน้ำตลอดทั้งปี ​มีคนขายน้ำมาสูบน้ำ จากบ่อนี้ ​3 ​คน โดยสัมปทานซื้อน้ำจากเจ้าของบ่อเป็นปี คนละ1,000​ บาท

จากนั้นทีมงานต้องขับรถไปส่งที่บ้านจังกะดานที่สั่งซื้อ​ ส่วนใหญ​เป็นคนเฒ่าคนแก่​ ขณะที่หนุ่มสาวอพยพหนีแล้งไปรับจ้างต่างถิ่น หรือ กรุงเทพมหานคร หน้าฝนมาเยือนถึงจะกลับมาทำไร่ทำนา

นี่แหละวิถีชีวิตชาวศรีสะเกษ และชาวอีสาน ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตท่ามกลางภัยแล้งโหมกระหน่ำซ้ำเติม แถมมีแนวโน้มภัยแล้งทวีความรุนแรกหนักขึ้นทุกปีเพราะอิทธิพลโลกร้อน...นั่นเอง


Loading...






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : ตามฮอยวิถีคนขายน้ำ​ถิ่นแดนศรีสะเกษ  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ