เกษตรอินทรีย์ พืชผสมผสานทำเงิน!...ปลูกกระเจี๊ยบแดงขายกิโลกรัมละ350 บาท

เกษตรอินทรีย์ พืชผสมผสานทำเงิน!...ปลูกกระเจี๊ยบแดงขายกิโลกรัมละ350 บาท





ad1

ad1

เกษตรอินทรีย์ พืชผสมผสานทำเงิน!...ปลูกกระเจี๊ยบแดงกิโลกรัมละ350 บาท


โดย...มานิตย์    สนับบุญ


เรืองดีดี - เกษตรอินทรีย์ พืชผสมผสานทำเงิน!...ปลูกกระเจี๊ยบแดงขายกิโลกรัมละ350 บาท ส่งขายรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรและตลาดสีเขียวเน้นผู้บริโภคปลอดภัย! รายได้เฉลี่ยมากกว่า 70,000 บาท

ที่สวนชัยธาราบ้านวังมล หมู่  21 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เกษตรกรทำมาหากินแบบเกษตรผสมผสาน  อยู่แบบพอเพียงตามแนวทางของพ่อหลวง ร.9  สามารถพึ่งพาตนเอง เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีความสุข  แม้ยามมีภาวะคุกคามชีวิต และเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ก็ตาม

โดยได้อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านวังท่าช้าง  ที่ทำการเกษตรแบบผสมผสาน  ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี,ยาฆ่าแมลง ,ยากำจัดวัชพืช เน้นวิธีธรรมชาติ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ในการดูแลผลผลิต  โดยปลูกพืขเกษตรสวนครัว,ไม้ผล,สมุนไพร ,ไม้ล้มลุกไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่า  แบบพึ่งพาตนเองให้พออยู่พอกินสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ทั้งปีไม่ให้เป็นหนี้สินใคร!

หลัก ๆ อาทิ  สมุนไพรฟ้าทะลายโจร , ขมิ้นชัน, มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง,มะขามเทศ,มะม่วงหิมพานต์ พร้อมแหล่งน้ำเพียงพอไม่ขาดแคลน  มีตลาดจำหน่ายแน่นอน ส่งขายให้กับทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร และตลาดสีเขียวในการเน้นผู้บริโภคปลอดภัย

มาปีนี้ ได้หันมาปลูกกระเจี๊ยบแดง  เพิ่มผลผลิตเกษตรอินทรีย์ตัวใหม่  เพื่อส่งตรงให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นสินค้าอบแห้งโดยมีการขอรับร้านออร์แกนิกไทยแลนด์(organic thailand)มาตรฐาน i from สวนธาราปลูกพืชสมุนไพรแบบผสมผสานรวมถึงไม้ผลยืนต้นที่หลากหลายในพื้นที่20ไร่    ได้แบ่งพื้นที่ปลูกกระเจี๊ยบแดง 3 ไร่เศษ

นายจิรัฐ์ ทิพย์วงษ์ทองเจ้าของสวนทิพย์ธารากล่าวว่า "ก่อนลงมือปลูกผลผลิต หาตลาดแน่นอนได้ก่อนแล้วที่สามารถรองรับสินค้าได้   โดยทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่จะปลูกสมุนไพรพื้นบ้าน  ในปริมาณ,ราคา ,แนวทางการผลิต ที่ได้ตกลงกันก่อนจึงลงมือปลูกผลผลิต  

การปลูกกระเจี๊ยบแดงไม่ยุ่งยาก  แค่มีที่ดินว่างเปล่านำเมล็ดที่ซื้อมาจากท้องตลาดหว่านแล้วไถกลบทิ้งไว้60วันปลูกประมาณเดือนมิ.ย. - ต.ค.   โดยเน้นเกษตรอินทรีย์  จากนั้นก็เก็บกระเจี๊ยบแดงได้แล้ว การเก็บผลผลิตกระเจี๊ยบแดงจะเก็บดอกใหญ่ก่อน  โดยเก็บครั้งละ50กก.   นำมาตากแห้งจะเหลือ20กก.

จากนั้นก็นำแท่งเม็ดกระเจี๊ยบที่อยู่ด้านในออก  แล้วนำไปตากแดด2แดด   แล้วนำส่งขายได้เลย  จะเก็บกระเจี๊ยบทุก2วัน  จะได้ผลผลิตกระเจี๊ยบตากแห้งราว 200 กก. ส่งจำหน่ายในราคา กก.ละ 350 บาท / กก. รายำด้เฉลี่ยเฉพาะกระเจี๊ยบแดง สร้างรายได้มากกว่า 70,000บาทและกล่าวต่อไปว่า   "กระเจี๊ยบแดง" เป็นสมุนไพร   ที่หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงเครื่องดื่มดับร้อนแก้กระหายเท่านั้น 

แต่งานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นการันตีสรรพคุณทางยาของกระเจี๊ยบแดงที่หลายคนไม่เคยรู้ สารสกัดจากกลีบดอกกระเจี๊ยบมีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสไตรเจน หรือ ฮอร์โมนสตรี เหมาะเอาไว้ให้สตรีวัยทองดื่มดูแลร่างกายปรับฮอร์โมนให้คงที่ และถ้าบริโภคกระเจี๊ยบแดงต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน สามารถลดไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด ไขมัน เลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเหลว(LDL) แต่ไขมันชนิด(HDL)ปรับเพิ่มขึ้น 

กลีบกระเจี๊ยบแดง  เต็มไปด้วยธาตุเหล็ก และเบต้าแคโรทีนมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก และผู้ที่ขาดวิตามินเอ อีกทั้งคอยบำรุงรักษาเม็ดเลือดให้แข็งแรงและยืดหยุ่นตัว รสชาติตามธรรมชาติของกระเจี๊ยบแดงเกิดจากกรดทาร์ทาริก ซึ่งมีคุณสมบัติละลายเสมหะบรรเทาอาการไอ ลดอาการปัสสาวะรวมถึงขจัดอาการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะ ของผู้ป่วยที่ผ่าตัดนิ่วในไต 

มีวิตามินซีสูง ช่วยรักษาและ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันหวัด ลดไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำขับเมือกมันในลำคอให้ลงสู่ทวารหนัก ขับเมื่อมันกากลำไส้ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทางเดินปัสสาวะเป็นต้น