Loading...


แห่นมัสการ หลวงพ่อทอง พระพุทธยืนศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองศรีสะเกษ(ชมคลิป)










วันพระและวันหยุดชาวพุทธ เดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อทอง พระพุทธยืนศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยมชมวิหารหลวงพ่อทอง วัดบ้านด่าน ต.สร้างปี่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

นายแสง ปัทมะ ไวยาวัจกร วัดบ้านด่าน ได้พาผู้สื่อข่าวชมวิหารของหลวงพ่อทอง พร้อมเปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการวัดและชาวบ้านได้ตั้งงบประมาณการสร้างไว้15ล้านบาทในการก่อสร้างวิหารนี้ ขณะนี้แล้วเสร็จไปหลายส่วนประมาณ80%ประชาชนเดินทางมานมัสการกราบหลวงพ่อและเข้าชมวิหารสีขาว อันอลังการ ได้ทุกวัน มีนักท่องเที่ยวจัดทัวร์ 9 วัด มาทุกวันหยุดและวันพระ มาทำบุญมารดน้ำมนต์ขอพรพระสงฆ์อย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับกราบไว้หลวงพ่อทอง ที่เป็นพระพุทธรูป มิ่งมงคล มิ่งเมืองของชาวทุ่งกุลา ทั้งชาวศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด และสุรินทร์

เลื่อมใสศรัทธา มากราบทั้งหลวงพ่อที่เป็นพระสงฆ์และหลวงพ่อทองที่เป็นพระพุทธและเที่ยงชม

วิหารสีขาวพราวเด่นนี้ จะประกอบด้วย ด้านหน้าเป็นอ่างน้ำพุ มีพญานาค2ตน พ่นน้ำ เป็นสร้างบรรยากาศให้สมจริง

สำหรับลวดลายไทยและลายกนกทั้งหมดจะไม่แข็งและอ่อนช้อยมากเกินไป คงให้อยู่กลางๆ

ก่อนจะขึ้นวิหารบรรไดแรกเป็นบรรไดนาคทีมีพยาคนาคทั้งสองข้างเด่นตระหว่างสูงท่วมหัวน่าตื่นเต้น

มาถึงบรรไดขั้นที่2 มีชื่อว่า บรรไดนาคีและนาคา นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพได้ทุกมุมอย่างไม่มีการเบื่อ

ส่วนบรรไดขั้นที่3 นั้นก่อนเข้าสู่วิหาร มีชื่อว่าประตูพระราหู เทพเจ้าแห่งโชคลาภและโภคทรัพย์ ที่พ่นสีบลอนเงิน ให้นูนเด่นออกมาจากพื้นสีขาว

สุดท้ายเป็นแท่นประดิษฐานของหลวงพ่อทอง ที่เว้นช่องเอาไว้ ล้อมรอบด้วยลายไทยลายกนก

รอบๆเป็นเสาสีแดงลายไทยสีทอง เพื่อสลับให้เด่นออกจากผนังสีขาว เป็นออกแบบของสถปนิกชั้นนำที่งดงามยิ่ง

 

นายประยูร เดชหาญ ปลัดเทศบาลตำบลเมืองคง ราษีไศล เปิดเผยว่่า เดิมทีนั้น " หลวงพ่อทอง"ประดิษฐานอยู่ที่วัดขอม ตำบลจาระแม อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางวัดขอได้ประกาศว่า หากวัดใดยังไม่มี พระประธานประจำวัดสามารถที่จะบูชาพระพุทธรูป เพื่อไปกราบไหว้บูชา เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวบ้านได้ ชาวบ้านด่านที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯจึงร่วมใจกันทั้งหมู่บ้านบริจาคปัจจัยเพื่อเป็นทุนส่งตัวแทนชาวบ้าน การไปอัญเชิญพระพุทธรูป นี้ มาประดิษฐานณวัด บ้านด่าน

หลวงพ่อทองเป็นพระพุทธรูปที่แปลก เป็นทองสัมฤทธิ์เคลือบด้วยสีดำ สูง 1,80 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนปางห้ามสมุทร หมายถึง ประจักษ์แจ้งถึงความศักดิ์สิทธิ์ทางธรรม ในปีพศ 2495 หลวงพ่อทองจึงได้มาประดิษฐาน เป็นพระประธาน และหลังจากนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดขึ้น 2 ครั้ง ในปีพศ 2514 และปีพศ 2516 มีมารศาสนาขโมยพระพุทธรูป หลวงพ่อทอง ทั้ง 2 ครั้ง แต่จับได้ทั้ง 2 ครั้ง และตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ ได้แผ่ขยายไปทั่ว พุทธศาสนิกชน จำนวนมากต่างมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อทอง ที่วัดนี้ไม่ขาดสาย

ในปีพศ 2553 สำนักศิลปากรที่ 11 กลุ่มโบราณคดีจังหวัดอุบลราชธานี มาตรวจสอบพระพุทธรูปหลวงพ่อทอง ได้สันนิษฐานว่าหลวงพ่อทองเป็นพระพุทธรูป ที่สร้างขึ้นช่วง รัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือประมาณ 150- 200 ปี มาแล้วแต่ที่น่าเสียดายก็คือส่วนบนของ พระเศียร ซึ่งเป็นเปลวรัศมีนั้น ได้หายไปตั้งแต่มารศาสนาขโมยพุทธ รูปหลวงพ่อทองไป

ทางวัดกลัวจะมีคนมาขโมยไปอี จึงทำเหล็กกั้นไว้ ทำให้แกะกะ จึงมีการสร้างวิหารเพื่อเป็นที่ประดิษฐานในที่สุด


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ