อธิบดีกรมทางหลวง ลงพื้นที่นราฯเร่งรัดโครงการก่อสร้าง เส้นทางเชื่อม สุคิริน-เบตง ส่งเสริมทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว

อธิบดีกรมทางหลวง ลงพื้นที่นราฯเร่งรัดโครงการก่อสร้าง เส้นทางเชื่อม สุคิริน-เบตง ส่งเสริมทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว



ad1

อธิบดีกรมทางหลวง ลงพื้นที่นราฯ ติดตามคืบหน้าโครงการก่อสร้าง เส้นทางเชื่อม สุคิริน-เบตง ส่งเสริมทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การท่องเที่ยวเส้นเลียบชายแดน คาดงบประมาณก่อสร้าง 10,000 ล้านบาท เพื่อความมั่นคง ชายแดนใต้หลายมิติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วยนายนายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผอ.สำนักงานที่ 18 สงขลา กรมทางหลวง ได้เดินทางไปที่แขวงทางหลวงนราธิวาส สำนักงานทางหลวงที่ 18 โดยมีนายนัจุมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส หลายสมัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนราธิวาส ทั้ง 5 เขต นายสมัคร เลือดวงหัด ผอ.การแขวงทางหลวงจังหวัดนราธิวาส ผู้นำศาสนา อีหม่ามมัสยิดพื้นที่นราธิวาส และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ได้พบปะประชาชนและผู้นำศาสนา ก่อนมอบเงินสนับสนุน เพื่อเด็กกำพร้าพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ผ่านผู้นำศาสนา 11 มัสยิด ที่ละสองหมื่นบาท รวมสองแสนบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กำพร้าตามเป้าหมายต่อไป

ต่อมา อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมคณะ ได้เรียกประชุม ภาครัฐ เอกชน และส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อติดตาม ความคืบหน้า โครงการ ถนนตามแนวชายแดนไทย- มาเลเซีย จาก อำเภอเบตง จ.ยะลา มาบรรจบเส้นทางที่พื้นที่ อำเภอสุคิริน จ.นราธิวาส ร่วมกว่า 2 ชม. เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและบรรยายสรุป ปัญหาอุปสรรค์ต่างๆ เพื่อนำสู่แก้ปัญหา และเดินหน้าโครงการดังกล่าว

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับมอบหมาย จากนายสยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม ให้มาปฏิบัติภารกิจพื้นที่จังหวัดนราธิวาส สำหรับ โครงการเส้นทางเชื่อม สุคิริน จ.นราธิวาส-เบตง จ.ยะลา ในปี พ.ศ.2549-2545 ทางเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องได้มีการสำรวจมาแล้ว แล้วหยุดชะงักไป มีการสำรวจเส้นทางหลายๆ เส้นทาง แต่ ล่าสุดปี 2565 นายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผอ.สำนักงานที่ 18 สงขลา กรมทางหลวง และคณะของนายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.จังหวัดนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่สำรวจ

นับเป็นเส้นทางที่มีความเป็นไปได้สูง  เสนอโครงการก่อสร้างถนนตามแนวชายแดนไทย- มาเลเซีย จาก อำเภอเบตง จ.ยะลา มาบรรจบเส้นทางที่พื้นที่ อำเภอสุคิริน ระยะทาง ประมาณ 105 กิโลเมตร ก่อสร้างถนนเชื่อมสาย ทล 4217 บ้านไอร์ตากอ อ.สุศิริน จ.นราธิวาส ไปบรรงบถนนสาย ทล.4325 บ้านจุหาภรณ์ 10 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา มองจากแผนที่ห่างจากชายแดนมาเลเซีย เพียง 1 กิโลเมตร

 ทั้งนี้โครงการ ที่หลายฝ่ายผลัดดัน ให้โครงการให้เกิดขึ้น จะเสริมโครงข่ายทางหลวงในพื้น สี่จังหวัด ชายแคนภาคใต้ โดยส่งเสริมในด้านต่าง เช่น 1.สามารถเดินทางจาก อ.เบตง-อ.สุคริน สะดวด รวดเร็วขึ้น เดิมเดินทางจาก อ.เบตง-อ.สุริน ระยะทาง ประมาณ 180 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3 ชม. 40 นาที เส้นทางใหม่ อ.เบตง-อ.สุริน ระยะทาง ประมาณ 105 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชม. 30 นาที 2.ประโยชน์ที่ได้รับ สามารถเปิดด่านการค้า ติดกับด่านเปรัก ของมาเลเซียเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจของ ประเทศ เพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยวธรรมชาติ

การคมนาคมด้านโลจิสติกส์ (logistics) การค้าขนส่งทั้งในและระหว่างประเทศ สนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ภาพรวมการพัฒนาในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ ลคความรู้สึกแบ่งแยกของประชาชนในพื้นที่ และหากสามรถผลักดันไปตามแผน และการก่อสร้างตามแบบแผนสำเร็จ จะสร้างสามารถสร้างมูลค่ารายได้ ให้พื้นที่หรือประเทศไม่น้อยกว่า 6,000 -7,000 ล้านบาทต่อปี  สนองนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยังยืน ต่อพื้นที่จังหวัดแดนภาคใต้

อย่างไรก็ตาม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า  ไทม์ไลน์จากนี้ไป ไม่เกินปี 2567 จะได้ผลัดดันเข้างบ สำรวจศึกษา EAI การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และงบทบทวนศึกษาสำรวจพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ซึ่งส่วนหนึ่งหลายปีที่ผ่านมา ได้ศึกษาไปแล้ว แต่ปรับอัพเดตปัจจุบันที่เป็นจริง คาดงบประมาณตรงนี้จะใช้ประมาณไม่เกิน 50 ล้านบาท เมื่อศึกษาผลกระทบและความคุ้มค่า จะติดตามด้วย การออก พรบ.เว้นคืนที่ดินของประชาชนหรือเอกชน ถ้ามี และงบก่อสร้างต่อไปคาด เส้นทางอำเภอสุคิริน ระยะทางดังกล่าว ประมาณ 105 กิโลเมตร ก่อสร้างถนนเชื่อมสาย ทล 4217 บ้านไอร์ตากอ อ.สุศิริน จ.นราธิวาส ไปบรรงบถนนสาย ทล.4325 บ้านจุหาภรณ์ 10 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา งบประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาท แต่คุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อความมั่นคงชายแดนภาคใต้ในหลายมิติ

ด้านนายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ทางจังหวัดและหอการค้านราธิวาส เอกชน และประชาชนในพื้นที่ อยากเห็นความสำเร็จ การก่อสร้างแนวตะเข็บชายแดนที่นำเสนอดังกล่าว เพราะจะส่งเสริมให้พื้นที่เกิดความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ได้เป็นรูปธรรม ทั้งในพื้นที่และระหว่างประเทศที่มีพรมแดนไทย นราธิวาส ติดกับมาเลเซีย ขอให้โครงการนี้ สำเร็จและขอบคุณจากนายสยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม ที่ส่งนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง มาติดตาม ซึ่งเชื่อมั่นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ และรัฐมนตรีคมนามและ อธิบดีกรมทางหลวง ได้ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการ ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อพื้นที่และประชาชน ให้มีศักยภาพความเข็มแข็งต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ข่าว.แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ จ.นราธิวาส