"ดร.ประยูร" ฟาดแรง "วิชามารว่าด้วยการล้มเจ้า" ส่งผลคะแนน "ดร.ชัชชาติ" ลด

วิชามาร ส่งผลคะแนน ดร. ชัชชาติ ลด

"ดร.ประยูร" ฟาดแรง "วิชามารว่าด้วยการล้มเจ้า" ส่งผลคะแนน "ดร.ชัชชาติ" ลด
ad1






ad1

ad1

ad1

11 พ.ค. 65  ดร.ประยูร อัครบวร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตผู้นำนักศึกษา 6 ตุลา 19และอดีตอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้ออกมาให้ข้อคิดต่อเหตุการณ์บ้านเมืองและแสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์บ้านเมืองไทยดังนี้ว่า

             การเมืองไทยวันนี้ สิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามีการนำวิธีการกล่าวหาคนที่คิดต่างหรือต่างพวกของตนว่าเป็นพวก "ล้มเจ้า" จึงไม่แปลกที่การเลือกตั้งตั้งผู้ว่า กทม. มีการนำมากล่าวหาเพื่อทำลายฝั่งตรงข้ามที่ต้องการเอาชนะการเลือกตั้งโดยไม่กลัวบาป กลัวกรรมกันเลย มีการปล่อยข่าวเป็นเชิงลบอย่างชัดเจนว่า"ชัชชาติเป็นพวกล้มเจ้า "  หรือการตั้งคำถามที่ดูเป็นเชิงบวกว่าต้องการปกป้องสถาบันหลักแบบคลุมเครือว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ทำภาพโฆษณาใน Lazada ที่ทำให้เข้าใจสถาบันหลักผิด ใครเป็นผู้ว่าฯที่ประชาชนให้คะแนนเชื่อใจว่าจะแก้ปัญหาได้ดี ปรากฏว่าคุณสกนธีมาอันดับ 1.. พล.ต.อ.อัศวินมาอันดับ 2. ดร.ชัชชาติมาอันดัย 3.ดร.สุชัชชวีร์ มาอันดับ 4 และ น.ต.ศิธา มาอันดับ 5 ส่วน ดร.วิโรจน์ คะแนนต่ำไปเลย

          การตั้งคำถามอย่างนี้ ดูเหมือนเป็นบวกและต้องการปกป้องสถาบันหลักแต่ก็ซ่อนปมเพื่อตัดคะแนนความน่าชื่อถือ ดร.ชัชชาติ ซึ่งถามกลับไปถามคนทำโพลล์ว่า
       -ใครมีหน้าที่หลักในการจัดการตามกฏหมาย รัฐบาล ตำรวจ หรือผู้ว่า กทม.
       -คำถามอย่างนี้ ไม่ตบหน้า รัฐบาลที่ควบคุมตำรวจหรือ ฯลฯ
       -รัฐบาลเป็นสถาบันหลัก เทียบเท่าสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์หรือ
        ภายใต้ 8 ปีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใครจะชื่นชมอย่างไรก็ตาม แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีการโจมตี กล่าวหาสถาบันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีมา และพ่ายแพ้ทางการเมืองในการจัดการเชิงสัญลักษณ์อย่างเด็กยกมือชู 3 นิ้ว ในอดีตผมเองเคยเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (Senior Scout)รร.มหาวชิราวุธ เราชู 3 นิ้วเพื่อปฏิญาณตัว สามนิ้วใช้ในนาม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พอคนมาใช้ในนาม สันติภาพ เสมอภาพ ภราดรภาพ หรือ สามนิ้วใน ความหมายอื่นๆ ซึ่ง ถ้าไม่ใช่ ไปทำร้ายสถาบันหลักของชาติ ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร แต่ถ้าหมายถึง การใส่ร้าย ความเกลียดชัง และการเข่นฆ่า นั่นแหละจึงต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ทุกวันนี้ใครชู 3 นิ้วหมายถึงพวกล้มเจ้า ใครชูสามนิ้วเลยผิดไปหมด

        มีพี่นับถือกันเอารูป ดร.ชัชชาติชู 3 นิ้วกับเด็กชู 3 นิ้วแต่คนละด้าน และเขียนข้อความว่า "ผู้สมัครใดสนับสนุนพวกสามกีบอย่าเลือก" พร้อมมีรูปชู 2 นิ้วถ่ายกับอั้ม เนโกะ
มาให้ผมูดู ซึ่งเป็นรูปต่างกรรม ต่างวาระมานำเสนอนั้น ผมดูแล้วบอกไปว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ควรอธิบายที่มาของรูป ไม่ใช่จับแพะชนแกะ เพราะในความเป็นจริงเนื้อแท้กับปรากฏการณ์นั้นต่างกันได้  อย่างที่เห็นคนไปถ่ายรูปกับคนดังแล้วเอาไปอวดตัวว่าสนิทกันเป็นข่าวให้เสียหายก็มีมามาก ต่อมาก


        ส่วนการกล่าวหาในเชิงลบนี้ยังมีการแพร่ภาพที่ทำให้เข้าใจ ดร.ชัชชาติผิดได้ ว่า ดร.ชัชชาติล้มเจ้า ซึ่งใครที่ติดตามภูมิหลัง ดร.ชัชชาติ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง เป็นนักเรียนเหรียญทองวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงหรือทุนอานันทมหิดล  แต่ยังเต็มไปด้วยสำนึกในพระคุณคือกลับมารับใช้ประเทศ เพราะทุนเล่าเรียนหลวงนี้ นับเป็นหนึ่งในหลายทุนที่ดีที่สุดในโลก ไม่ต้องมาใช้ทุนคืนหรือทำงานคืนเหมือนทุนราชการ อื่นๆ  

       ดร.ชัชชาตินั้นเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธพันธ์นายตำรวจน้ำดี ส่วนคุณแม่นามสกุลเดิม "กุลละวนิชย์" ดร.ช้ชชาติ จึงเป็นหลานแท้ๆของ พล.ต.อ.พิชัย กุลละวนิชย์ พล.อ.พิจิตร กุลละวนิชย์(อดีตองคมนตรี) พล อ.จรัญ กุลละวนิชย์(อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) ศ.ดร.ผาสุข กุลละวนิชย์(อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)
        ดร.ชัชชาติจึงโชคดี เกิดมาในแวดวงของครอบครัวที่มีการศึกษา การอบรมมาดีและที่สำคัญที่สุด เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9ได้พระราชทานนาม "ฉันท์ชาย-ชัชชาติ" เพื่อเป็นมิ่งมงคลกับลูดแฝดให้ครอบครัวสิทธิพันธ์

       ชื่อชัชชาตินับเป็นมงคลยิ่ง จึงเกิดมาเพื่อสร้างชาติ ไม่ใช่ทำลายชาติ พวกที่คิดทำลาย ดร.ชัชชาติโดยการกล่าวหาว่า "ชัชชาติล้มเจ้า " ไม่ปกป้องสถาบันหลัก จึงควรหยุดการกระทำที่สิ้นคิดเถอะครับ เพราะการอ้างสถาบันไปทำลายป้ายสีคนดี เท่ากับไปสร้างศัตรูให้กับสถาบันโดยไม่รับผิดชอบและเห็นแก่ตัวที่สุด
..........
ดร ประยูร อัครบวร
8.พ.ค.2565