Loading...


"หมอเลี้ยบ"ชี้สิ่งที่น่ากลัวกว่าโควิดคือการไม่รู้เรื่องโรคโควิดของผู้รับผิดชอบ ไม่วางแผน










นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อแนวรบโควิด-19 ว่าด้วยคณิตศาสตร์โควิด และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

โดยช่วงหนึ่ง หมอเลี้ยบ ได้แสดงความเห็นว่า จุดเปลี่ยนของสถานการณ์โควิดในไทย เริ่มต้นจากเวทีมวยลุมพินีเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ซึ่งเกิด Super Spreader คล้ายกับผู้ป่วยรายที่ 31 ของเกาหลีใต้ ดังนั้นน่าศึกษาวิธีการที่เกาหลีใต้ใช้ในการควบคุมโรคโควิด ว่าเขาใช้วิธีอะไรบ้าง 

เกาหลีใต้เน้นอยู่ 4 เรื่องคือ ตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยถึงกว่า 300,000 คน กักตัวกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ 14 วัน ปูพรมค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และ Social distancing ไม่มีการปิดเมือง (ยกเว้นเมืองแทกู ซึ่งเป็นแหล่งระบาดของโรคโควิด) ไม่ห้ามการสัญจรระหว่างเมือง ไม่มีเคอร์ฟิว แต่เน้นเรื่องการใส่หน้ากากและการล้างมืออย่างจริงจัง 

มาตรการที่สำคัญยิ่งของเกาหลีใต้อีกประการหนึ่งคือ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นพ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว ทำให้สื่อมวลชน และประชาชนไม่กล้าแสดงความเห็น ประชาชนไม่กล้าแจ้งเหตุที่กังวล และต้องการให้รัฐบาลแก้ไข ไม่กล้าร้องเรียนปัญหาที่พบเห็นในการควบคุมโรค เหมือนก่อนหน้านี้ 

การออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า ปัญหาประสิทธิภาพในการควบคุมโรคจะได้รับการแก้ไข โควิดไม่น่ากลัว ถ้าไม่ประมาทและป้องกันควบคุมอย่างถูกวิธี เหมือนที่ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ดำเนินการอยู่ 

แต่ที่น่ากลัวคือความไม่เข้าใจองค์ความรู้เรื่องโควิดของผู้รับผิดชอบ และการไม่ติดตามข้อมูลโควิดที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน การรับมือโควิดอย่างสะเปะสะปะ ขาดการวางแผน และไร้ประสิทธิภาพ และการไม่รับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ