โค้งสุดท้ายประชาชนศรัทธาแห่ขอพร –โชคลาภปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา

โค้งสุดท้ายประชาชนศรัทธาแห่ขอพร –โชคลาภปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา



ad1

 ปราจีนบุรี–โค้งสุดท้ายประชาชนศรัทธาแห่ขอพร –โชคลาภปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา   ขณะวัดบริการโรงทาน  แม่ค้าขายหวย – แม่ค้าอาหาร  ขายดีพบแม่ค้าปลาแนมโบราณ -ป้าน้อยวัย87ปี  คนใกล้วัด   ขายหมดทุกวันกำไร  วันละมากกวา1,000บาท

บรรยากาศโค้งสุดท้ายก่อนวันหวยออก    พบที่วัดประทุมบูชา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ริมแม่น้ำปราจีนบุรี    แลนด์มาร์คการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา   กลางย่านนิคมอุตสาหกรรม พบประชาชนพากัน เดินทางมาขอพร – ขอโชคลาภเลขเด็ด  จากปู่ท้าวเวชสุวรรณ ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นฝั่งด้านข้างพระอุโบสถ  อย่างหนาแน่น ตั้งแต่เช้า   โดยพากันมากราบบูชาด้วยดอกไม้แดง ธูป เทียนแดง  น้ำแดง ผลไม้ ในการอธิษฐานขอโชคลาภโดเฉพาะ เลขเด็ด  ที่จะออก  ทั้งล้วงจับลูกปิงปองในไห  การเขย่าเสี่ยงเซียมซี  การจุดธูปเสี่ยงทายก่อนไปซื้อหาเลขเด็ด  เป็นต้น

ส่งผลให้  ในวัดอาหาร – เครื่องดื่มขายดีเป็นพิเศษ  อันเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่  โดยเฉพาะแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล  ที่มีพ่อค้า-แม่ค้าตั้งจำหน่าย –เดินเร่ขายบริการถึงที่  มากกว่า 10 ร้าน  

อาทิ   ร้านรถเข็นปลาแนม  ป้าน้อย  ชาวบ้านใกล้วัดฯ    ตั้งอยู่จุดจำหน่ายอาหาร –เครื่องดื่ม – สินค้าแก่ผู้ที่การบไหว้พระ – ปู่ท้าวเวชสุวรรณ  ด้านหน้าปู่ท้าวเวชสุวรรณ

โดย  “ปลาแนม”   อาหารว่างโบราณ หาทานยาก กำลังใกล้สูญหาย    เหลือเพียง ป้าน้อย บุญนาค อายุ 87  ปี เพียงเจ้าเดียว   ที่ยังคงทำปลาแนมขายเลี้ยงครอบครัว  พร้อม ๆ กันยังคงทำนา รวม 40 ไร่   ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เพียงถุงละ 20 บาท  ล่าสุดของต่าง ๆ แพงจึงขึ้นราคามาเป็น 30 บาท/ถุง

ป้าน้อยเล่าว่า ปลาแนมดั้งเดิมจะใช้ข้าวเหลือทานแต่ละมื้อมาแช่น้ำให้ข้าวนิ่ม กรองน้ำออก แล้วนำไปตาก ได้ที่แล้วคั่วให้หอม มายีหรือป่น เอาไปผสมกับมะพร้าวขูด และปลาอะไรก็ได้ ย่างให้แห้งนำมาป่นผสมกับข้าวและมะพร้าว คลุกเคล้ารวมกัน ใส่น้ำสุกเพื่อไม่ให้แห้งจนเกินไป ซึ่งเป็นที่มาของปลาแนม

ช่วงหลังๆ ปลาย่างในแม่น้ำปราจีนบุรีหายาก  ราคาแพง  จึงนำหนังหมูต้มสุกหั่นบางๆ ใส่แทนปลา แต่ยังเรียกปลาแนมมาถึงปัจจุบัน

ส่วนขั้นตอนการทำ นำข้าวเย็นมาล้างน้ำให้สะอาด ตากแดด 3-5 วัน แห้งดีแล้ว จึงนำมาราง (คั่ว) ไฟอ่อนๆ ให้หอม เม็ดข้าวจะพองนิดๆ บดให้ละเอียด นำมาคลุกมะพร้าวขูด บีบเน้นให้กะทิออกหน่อย เมื่อข้าวดูดน้ำกะทิเข้าไปจะทำให้ได้รสอร่อย

จากนั้น นำกระเทียมดอง มาละลายน้ำตาล เกลือ น้ำมะนาว มะกรูด หรือซ่า ปรุงให้ออกสามรส เปรี้ยวนิด หวานหน่อย เค็มพอสังเขป เทลงในข้าวที่คลุกกับมะพร้าว คลุกยีไปเรื่อยๆ แล้วใส่หอมแดงซอย กระเทียมดองซอย กุ้งป่น กุ้งตัว ถั่วลิสง พอได้ที่ให้ใส่เปลือกมะนาวหั่นเล็กๆ ใส่พอให้ได้กลิ่นหอม เหยาะน้ำมะกรูดนิดๆ โรยด้วยลูกโดด กินกับใบทองหลางหรือใบชะพลู

ป้าน้อย ตั้งร้านขายในบริเวณ วัดประทุมบูชา อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ขายหมดทุกวัน รายได้แต่ละวันรวมแล้วมากกว่า 1,000 บาท / วัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับ   ท้าวเวชสุวรรณ วัดปทุมบูชา เป็นสถานที่ประชาชนศรัทธาเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ    ก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ.2524 เป็นองค์ท้าวเวชสุวรรณ   ที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออก สูง 12 เมตร  สร้างเมื่อปีที่ฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี   และก็วัดมีอายุ 200 ปี    และปีนี้พระเวสสุวรรณ  มีอายุได้ 40 ปี    ขนาดความสูงท้าวเวสสุวรรณ   มีความกว้าง 3 เมตรสูง 12 เมตร 99 ซม.  ซึ่งเป็นงานที่โดยช่างกรมศิลปากรซึ่งเป็นลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสมาเป็นช่างก่อสร้างเป็นงานติดกระจกองค์แรกในประเทศไทย  และ  มีความสูงที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้  ที่ข้างพระอุโบสถติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี ขณะนี้ กำลังก่อสร้างพระใหญ่ปางประทานพร ขนาดหน้าตัก กว้าง 16 เมตรความสูง 21 เมตร ให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการอีกด้วย       พร้อมกันยังทางวัดมีการตั้งโรงทานสำหรับผู้ที่มาไหว้ท้าวเวสสุวรรณ    เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายที่มาเดินทางไกล   มีอาหารบริการฟรีบริการ  โดยพระใหญ่ อยู่ในระหว่าง ดำเนินการก่อสร้าง มีหน้าตัก 16 เมตรสูง 30 เมตรมีชื่อว่าพระพุทธสิรินาถภูวดล  คาดว่าจะมีกำหนด สร้าง เสร็จภายใน ปลายปีนี้  พร้อม ๆ กับพระโพธิสัตย์หลวงปู่ทวด  หลวงปู่โตอีกด้วย