ตร.ตะครุบตัวได้แล้วลุงข่มขืนเด็กหญิงมาราธอน 2 เดือน

ตร.ตะครุบตัวได้แล้วลุงข่มขืนเด็กหญิงมาราธอน 2 เดือน





ad1

ad1

ปราจีนบุรี – ตร.ตะครุบตัวได้แล้วลุงข่มขืนเด็กหญิงมาราธอน 2 เดือนหลังจากแม่เห็นลูกสาวมีอาการซึม เหม่อลอยคาดคั้นจนรับว่าถูกมนุษย์ลุงที่เป็นญาติแท้ๆหลอกข่มขืนมานาน

                                                                              
 วันนี้ 13 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวจ.ปราจีนบุรี รายงานว่า จากที่ได้รับการร้องทุกข์ชาวบ้าน   โดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 15  ได้พานางวรรณิดา (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 43 ปี  ชาว  ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  เข้าร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลขน    ว่า ด.ญ. เอ (นามสมติ) อายุ 15 ปี ลูกสาวเป็นนักเรียน ชั้น ม.3   ถูกนาย สุชาติ  (สงวนนามสกุล)  อายุ 57 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง อยู่บ้านใกล้กันล่อลวงไปข่มขืน 

โดยก่อนหน้า  เด็กหญิง เอ ได้ถูกนายสุชาติ หลอกไปอนาจาร ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ นานกว่าสองเดือน ซึ่งเป็นเวลาที่แม่ของเธอ เข้าทำงานกะดึก แล้วนำตัวเธอกับน้องสาวฝาแฝดอีกสองคนไปฝากไว้   เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายเนื่องจาก พ่อ  ต้องออกไปทำงานเช่นกัน   

 และทุกครั้งที่ต้องไปอยู่บ้านนายสุชาติ หรือลุงสุชาติ     ก็มักจะถูกล่วงละเมิดทำการข่มขืนมาตลอด แต่ไม่กล้าบอกใคร     เพราะนายสุชาติขู่เอาไว้ว่า หากนำเรื่องนี้ไปบอกหรือเล่าให้ใครฟังจะฆ่าทั้งพ่อและแม่ให้หมด 

จึงต้องทนยอมให้นายสุชาติกระทำมาโดยตลอด และหลายครั้งจนจำไม่ได้ ก่อนที่เรื่องจะแดงนายสุชาติยังออกอุบายให้ เด็กหญิง เอ นั่งรถไปเป็นเพื่อเพื่อทำธุระ แต่เมื่อ มาถึงซอยข้างวัด สัมพันตา นายสุชาติกลับเลี้ยวรถลงไปในซอยลูกรังแล้วหยุดรถบังคับให้ถอดเสื้อผ้าและพยายามกระทำการข่มขืนโดยใช้เบาะรถจักรยานยนต์แทนที่นอน แต่ปรากฏว่าครั้งนั้นนายสุชาติทำไม่สำเร็จจึงพากันกลับมาที่บ้าน   จนกระทั่งโดนแม่คาดคั้นจึงยอมรับความจริงแต่บอกงว่าถูกกระทำอนาจาร                                                       
           
นางวรรณิดา  ได้ร้องทุกข์ว่า พักหลังๆเห็นลูกสาวมีอาการซึมๆ เลยคาดคั้นลูกสาว ลูกสาวจึงยอมเล่าให้ฟังว่าถูกนาย สุชาติ เพ็งพุฒิ หลอกลวงไปหวังข่มขืนบริเวณข้างทางเลยหมู่บ้านไปราว 1  กม.ริมถนนสายเขาไม้แก้ว-วังตะเคียน เมื่อวันที่ 28  พ.ย.2564  ครั้งสุดท้าย 

โดยหลอกลวงออกอุบายว่าให้ช่วยนั่งรถมอร์เตอร์ไซค์ไปทำธุระ    แต่พอสบโอกาสก็กลับขับเข้าไปในถนนเล็กๆแล้วบังคับลวนลามหวังจะข่มขืน จึงพาลูกสาวไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี    ในข้อหาลวนลาม 

แต่เมื่อมาคาดคั้นลูกสาวอีกครั้งจนรับว่าถูกนายสุชาติกระทำการข่มขืนมาแล้วหลายครั้งและนี่ไม่ใช่ครั้งแรก 

วันที่  11 ม.ค. 2565 จึงได้พาลูกสาวไปแจ้งความอีกครั้งว่า    ลูกสาวถูกนายสุชาติลวงไปข่มขืน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความพร้อมส่งตัว เด็กหญิง เอ ไปให้แพทย์ ตรวจร่างกาย    หลังจากนั้น ทางพ่อแม่เด็กหญิง เอ ได้พาลูกสาวไปชี้จุดที่ถูกนายสุชาติพามากระทำเพื่อยืนยัน นั้น

ล่าสุด  เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้  13ม.ค.65 ที่ สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี   ภายใต้การอำนวยการ ของ พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ก.จว.ปราจีนบุรี ,  พ.ต.อ.ธนกฤษ พาภิรมย์ รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี/โฆษกประจำตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี และ พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ จันทร์ประเทศ ผกก.สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี    ได้แถลงสื่อมวลชน หลังจากได้จับกุมตัวนายสุชาติ 

พล.ต.ต.วินัย กล่าวว่า   “ หลังได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายแล้ว  ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวนดำเนินการรับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐาน โดยผู้ต้องหาคือนายสุชาติ   โดยทางพนักงานสอบสวน  ได้นำผู้เสียหาย    ชี้รูปภาพผู้ต้องหาและนำชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพมาร่วมทำการสอบสวน พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับต่อศาลจังหวัดกบินทร์บุรีในวันนี้(๑๓ มกราคม ๒๕๖๕)  และได้ติดตามจับกุมนายสุชาติ    และได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำผู้ต้องหาปฏิเสธให้สัมภาษณ์และปฏิเสธตำรวจทุกข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแต่อย่างใด

พล.ต.ต.วินัย  กล่าวว่า     ตามที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ต้องหา ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาขณะที่ตำรวจออกติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาผู้ต้องหาได้จับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างบ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่ 15 ตำบลวังตะเคียนเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13ม.ค.)  ตามหมายจับศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่จ.6/2565 ลงวันที่ 13 มกราคมพ.ศ. 2565 ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควร เพื่อการอนาจาร และพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อทำอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม

                                                        
มานิตย์   สนับบุญ/รายงาน