ททท.จับมือ สทท. พันธมิตรไทย-จีน ผลักดันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-บันเทิง

ททท.จับมือ สทท. พันธมิตรไทย-จีน ผลักดันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-บันเทิง





Image
ad1

ททท. จับมือ สทท. และพันธมิตรไทย–จีน จัด WTCE 2026 ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ Guangdong Grandeur International Exhibition Group ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงข่าวงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) มหกรรมแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29–31 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวทางการบูรณาการ “วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว–กีฬา” เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับเครือข่ายนานาชาติ

มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน (Tourism & Entertainment Hub of ASEAN) โดยได้รับเกียรติจาก นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายเอนก นุรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Mr. Wang Zhaoyun, CEO of Guangdong Grandeur International Exhibition Group พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ททท. และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงาน

นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของประเทศไทยผ่านการบูรณาการการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน การจัดงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) จึงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) มุ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแก่นักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมการบูรณาการมิติด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

ภายในงานแถลงข่าวได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “Future Trends of Tourism” โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ได้แก่ นายเอนก นุรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ คณะกรรมการ ททท. และเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. และ พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยการจัดงาน WTCE 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน” และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน และเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต

สำหรับงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Smartly Link The World” การเชื่อมโยงโลกด้วยนวัตกรรมและวัฒนธรรม ต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานในปี 2025 ซึ่งมีอัตราความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจสูงถึงร้อยละ 98 โดยรวบรวมผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน และพันธมิตรจากกว่า 23 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ภายในงานประกอบด้วย 5 นิทรรศการหลัก ได้แก่ 1) TAAPE (Thailand Amusement & Attraction Parks Expo) นำเสนอนวัตกรรมสวนสนุก เครื่องเล่น และแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ 2) TBE (Thailand Billiards & Expo) แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมบิลเลียด สนุกเกอร์ และกีฬานันทนาการ 3) ASE (ASEAN LED Display, Prolight, Sound & Entertainment Technology Expo) นำเสนอเทคโนโลยีด้านแสง สี เสียง LED และอุตสาหกรรมความบันเทิง 4) AFE (Asia Film, Television & Equipment Expo) จัดแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งเอเชีย และ 5) ASEAN Global IP Expo เวทีต่อยอดโอกาสทางธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “Future Trends of Tourism” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ผ่าน 3 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยง ความยั่งยืน (Sustainability) การพัฒนาแนวทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ (Experience) การประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี Immersive เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่นักท่องเที่ยว พร้อมจัดแสดงเทคโนโลยีท่องเที่ยวแห่งอนาคต อาทิ Immersive Technology, Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)

ทั้งนี้ ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–20 กรกฎาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 2,877,039 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และททท. คาดการณ์ว่า ตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 5 ล้านคน สะท้อนความสำคัญของตลาดจีนในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของประเทศไทย และโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีนผ่านเวทีระดับนานาชาติ

ททท. เชื่อมั่นว่า WTCE 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน