จากชื่อวีรชนสู่ชื่อถนน หนานทงสืบสานประวัติศาสตร์ผ่านชีวิตประจำวัน

จากชื่อวีรชนสู่ชื่อถนน หนานทงสืบสานประวัติศาสตร์ผ่านชีวิตประจำวัน





Image
ad1

ถนนซิ่งฝู ในเขตฉงชวน เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู มีพื้นที่ไม่ถึง 30 ตารางกิโลเมตร แต่มีวีรชนปฏิวัติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนถึง 60 คน ปัจจุบันชื่อของพวกเขายังคงอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านชื่อโรงเรียน ถนน ชุมชน และสถานที่สาธารณะ เพื่อส่งต่อจิตวิญญาณแห่งความรักชาติสู่คนรุ่นหลัง

มุมสูงของถนนซิ่งฝู เขตฉงชวน เมืองหนานทง (ภาพ: People's Daily)

โรงเรียนประถมเฮ่อเทา ซึ่งตั้งชื่อตาม ซ่าน เฮ่อเทา วีรชนวัย 27 ปี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนและลุกขึ้นต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นในปี 1938 ได้นำเรื่องราวของวีรชนมาบูรณาการในการเรียนการสอน

อนุสาวรีย์วีรชนปฏิวัติภายในโรงเรียนประถมเฮ่อเทา (ภาพ: People's Daily)

ทุกปีในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง นักเรียนหน่วยพิทักษ์อนุสาวรีย์ของโรงเรียนจะร่วมกันทำความสะอาดแผ่นจารึกบนอนุสาวรีย์วีรชนอย่างตั้งใจ พร้อมคัดทับตัวอักษรที่สลักไว้ให้เด่นชัดอยู่เสมอ

ซุน อวี้หัว ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า “จิตวิญญาณแห่งความรักชาติ ความมุ่งมั่น และการเสียสละของวีรชน คือหลักยึดสำคัญที่สุดของโรงเรียน และเป็นพลังที่หล่อหลอมให้นักเรียนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ”

ถนนเฮ่อเทา (ภาพ: People's Daily)

นอกจากโรงเรียนแล้ว ถนนเฮ่อเทาลู่ ชุมชนจู่วั่ง และชุมชนเหวินจวิ้น ต่างตั้งชื่อตามวีรชนผู้เสียสละในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ภายในชุมชนจู่วั่งยังมีพิพิธภัณฑ์ความทรงจำสีแดง ซึ่งจัดกิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับเยาวชนอย่างต่อเนื่องในช่วงปิดภาคเรียน

เมืองหนานทงมีหมู่บ้านชื่อ “เหวินจวิ้น” อยู่ 2 แห่ง โดยหมู่บ้านเหวินจวิ้นในเขตฉงชวน เป็นสถานที่ที่วีรชน “หวัง เหวินจวิ้น” เสียชีวิต ส่วนหมู่บ้านเหวินจวิ้นในเขตไห่เหมินเป็นบ้านเกิดของเขา

ชุมชนจู่วั่ง เขตฉงชวน เมืองหนานทง (ภาพ: People's Daily)

ในปี 2021 หมู่บ้านเหวินจวิ้นทั้งสองแห่ง ได้ลงนามความร่วมมือพัฒนาชุมชน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรและทรัพยากรของทั้งสองพื้นที่ร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมยกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดสายพันธุ์ใหม่มาเป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดอุดมการณ์ของวีรชน

คนรุ่นใหม่ยังคงเดินตามรอยผู้เสียสละ เช่น สวี่ เหลย รองเลขาธิการพรรคประจำชุมชนซิ่งฝู ซึ่งกลับมาทำงานพัฒนาบ้านเกิดหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ล่าสุดได้ผลักดันการปรับปรุงศาลาพักผ่อนของชุมชนให้ปลอดภัยและใช้งานได้ดีขึ้น 

มุมหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ความทรงจำสีแดง (ภาพ: People's Daily)

ขณะที่ จาง เซิ่งซื่อ ครูเกษียณวัย 91 ปี ใช้เวลากว่า 20 ปีรวบรวมข้อมูลและเขียนชีวประวัติวีรชนในท้องถิ่น 46 คน รวมเนื้อหากว่าหนึ่งล้านคำ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลัง

สำหรับชาวซิ่งฝู "ความสุข" ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของชุมชน หากเกิดจากการสืบทอดการเสียสละและความมุ่งมั่นของผู้คนหลายรุ่นที่ร่วมกันสร้างขึ้น

จาง เซิ่งซื่อ ครูเกษียณ เล่าเรื่องราววีรชนปฏิวัติ (ภาพ: People's Daily)

ที่มา People’s Daily