ศาสตราจารย์ชาวจีนผู้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในหมู่บ้านชนบทกรุงปักกิ่ง

ศาสตราจารย์ชาวจีนผู้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในหมู่บ้านชนบทกรุงปักกิ่ง





Image
ad1

https://video.people.cn/upload/vod/user1739759454736028/1782696744833385/origin.mp4

ทั่วประเทศจีน มีบุคลากรจำนวนมากที่ร่วมปฏิบัติภารกิจเดียวกันนี้ พวกเขาเป็นที่รู้จักในชื่อ “เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ลงปฏิบัติงานประจำหมู่บ้าน” ซึ่งเป็นคณะเจ้าหน้าที่ผู้ทุ่มเทที่ถูกส่งมาจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา และรัฐวิสาหกิจ เพื่อไปประจำในพื้นที่ชนบท ภารกิจของพวกเขาคือการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น

นายหลี่ เฉวียนเชิง คือหนึ่งในนั้น นายหลี่เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง (Beijing Foreign Studies University) และถูกส่งมาประจำที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตมี่หยุน กรุงปักกิ่ง ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงเรียกเขาด้วยความเคารพว่า “อาจารย์หลี่”

อาจารย์หลี่เล่าว่า “ผมเกิดและเติบโตในชนบท ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของผมมาโดยตลอดคือการได้ช่วยให้เพื่อนชาวบ้านของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ภาพจาก People’s Daily Online

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี อาจารย์หลี่สอนกีฬาเจี๋ยวตี่ ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้มวยปล้ำแบบโบราณของจีน ณ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง และยังเคยนำกีฬาชนิดนี้ไปเผยแพร่ที่ประเทศฮังการีและโปแลนด์อีกด้วย ปัจจุบันอาจารย์หลี่ได้นำกีฬาชนิดนี้มาสอนเด็ก ๆ ในหมู่บ้านตงเส้าฉวีแห่งนี้เช่นกัน
 
อีกด้านหนึ่งของหมู่บ้านมีเด็ก ๆ นั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างเงียบ ๆ ซึ่งอาจารย์หลี่เป็นผู้จัดหามาบริจาคผ่านเครือข่ายความสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัยของท่าน

คุณกัว หงเยี่ยน รองผู้อำนวยการโรงเรียนประถมตงเส้าฉวี ซึ่งเติบโตมาในหมู่บ้านตงเส้าฉวีและเลือกที่จะทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้กล่าวว่า “ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเด็กในเมืองกับเด็กในชนบทคือเรื่องการเปิดโลกทัศน์ อาจารย์หลี่ได้นำแนวคิดใหม่ ๆ และมุมมองที่กว้างไกลมาสู่หมู่บ้านของเรา”

ภาพจาก People’s Daily Online

บุคคลเช่นอาจารย์หลี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ลงปฏิบัติงานประจำหมู่บ้านทั่วประเทศจีน จากจำนวนหลายแสนคน ล้วนมีบทบาทในการลงพื้นที่เพื่อยกระดับการศึกษาและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่ชนบท เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ที่จะค่อย ๆ เติบโตและงอกงามในวันข้างหน้า
 
ที่มา People’s Daily