สมุทรปราการยังมีเพิ่มความฉาว ตร.ท่องเที่ยว เรียกเงินได้แต่ไม่ครบตามเป้า ส่งดำเนินคดี ทั้งที่กระทำการสำเร็จ

สมุทรปราการยังมีเพิ่มความฉาว ตร.ท่องเที่ยว เรียกเงินได้แต่ไม่ครบตามเป้า ส่งดำเนินคดี  ทั้งที่กระทำการสำเร็จ





Image
ad1

หนุ่มเป็นห่วงลูกน้องจะได้รับอันตรายเข้าแจ้งความ เอาผิดตำรวจท่องเที่ยวกรณีอุ้มลูกน้องเรียกรับเงิน 250,000 หลังโดนจับบุหรี่มวน แลกกับการปล่อยตัว

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 จากกรณีเมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2569 เวลา15.50 น.พ.ต.ท.สมปรารถน์ เฉลิมเกียรติ สว.กก.3บก.ท่องเที่ยว1 และ ด.ต.วุฒิพงษ์ พลสม ผบ.หมู่ กก.3 บก.ท่องเที่ยว 1 พร้อมชุดจับกุมรวม 6 นาย ได้ร่วมกันควบคุมตัวนายไพบูลย์ สมวงษ์ อายุ 25 ปี ยึดรถยนต์กระบะ ยี้ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ  ทะเบียน 1 ฒร3675 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยบุหรี่มวนของกลางเพียง 2หีบห่อ นำตัวขึ้นรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน มีรถยนต์เก๋งนิสสันมาสสีฟ้าอ่อน ขับตามหลังนำตัวไปสอบสวนที่ กก.3บก.ท่องเที่ยว1สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อสอบสวนและทำบันทึกจับกุม

โดยเหตุเกิดที่ลานจอดรถบริเวณแถวหมู่บ้านปูริเขตบางแก้ว(ติดร้านล้างรถ)ห่างจากวัดปลัดเปรียงประมาณ 500 เมตร ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แจ้งขอกล่าวหาว่านำบุหรี่มาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการในเวลา หลังเที่ยงคืนของวันที่ 18 กรกกาคม 2569

หลังจากนั้นช่วงเย็น เวลา 18.03 น.วันเดียวกัน ได้มีนายนัณพงค์ สุวรรณคาม อายุ 37 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.วีรภัทร รัตนฉวี พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ว่านายไพบูลย์ สมวงษ์ หรือเปิ้ล อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นลูกน้องได้โทรศัพท์มาหาแจ้งว่าขณะที่ตนเองได้ขับรถจักรยานยนต์มาเอาของในรถยนต์ กระบะยี้ห้อ นิสสัน นาวาร่า  ทะเบียน 1 ฒร3675 กรุงเทพมหานคร ได้มีชายจำนวย 5-6 คน เข้ามาประชิดตัวและได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.3บก.ท่องเที่ยว1 ทำทีสอบถามว่าเป็นคนไทยมั้ยและขอให้เปิดดูรถพบในรถมีบุหรี่มวนอยู่ในรถจึงได้ควบคุมตัวและนำยนต์กระบะคันดังกล่าวไปด้วย

จากการสอบถามนายนัณพงค์ สุวรรณคาม คนไปแจ้งความร้องทุกข์ ได้ให้ข้อมูลว่าที่ตนเองมาแจ้งความในวันนั้นเกรงว่านายไพบูลย์ สมวงษ์ หรือเปิ้ลจะได้รับอันตราย เพราะได้มีการเรียกร้องให้มีการโอนเงินจำนวน 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)เพื่อแลกกับการปล่อยตัวลูกน้อง ซึ่งได้รับการติดต่อจากนายเปิ้ลเวลา 15.53น.หลังถูกนำขึ้นรถ โดยมีการใช้ไลน์ชื่อ ส.เสือ ส่งบัญชี ttb หมายเลขบัญชี 760-7-46438-0 ชื่อบัญชีของ นางสาววรนันท์ พร้อมใจ มาให้ (คาดว่าน่าจะเป็นบัญชีม้า) ตนเองกลัวจะเกิดเรื่องจึงไปขอยืมเงินจนรวมรวมได้เพียง 5 หมื่นบาทและได้มีการโอนเงินไปให้จำนวน 50,000 (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

พร้อมส่งสลิปการโอนไปให้ แต่ไลน์ ส.เสือ (ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตำรวจท่องเที่ยว)ได้ตอบมาว่าเงินยังไม่ครบ 250,000 บาท และได้มีการแชทคุยกันในไลน์ คนโอนได้ตอบว่าขอเวลาหาเงินก่อน จนกระทั้งเวลา 20.01 น.ทางไลน์ชื่อ ส.เสือ ได้ไลน์มาแจ้งมาว่าส่งเลขบัญชีให้พี่หน่อยเขาไม่เอาแล้ว ขอโอนเงินคืนและได้โอนเงินคืนมา 50,000 บาท หลังจากนั้นได้เงียบหายไปจนหลังเที่ยงคืนนายไพบูลย์ สมวงษ์ หรือเปิ้ลได้ติดต่อกลับมาว่าตำรวจท่องเที่ยวได้นำตัวมาที่ สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ และตำรวจได้ควบคุมตัวเอาไว้ จึงได้ขอเข้าพบพนักงานสอบสอบสวน สภ.บางแก้ว ที่เข้าเวรพลัดนั้นและขอประกันตัวออกมาโดยใช้วงเงิน 1 แสนบาท

ทางด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว ได้แจ้งกับทางผู้สื่อข่าวมาว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและคงยังไม่ได้การสอบสวนเนื่องจากผู้เสียหายได้มีการขอประกันตัวออกไปก่อน ซึ่งคาดว่าผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องการเรียกรับเงิน แนะนำให้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการสอบสวนทั้งสองฝ่ายหากเรียกรับเงินหรือมีการโอนเงินไปแล้วถือว่าเรียกรับเงินกระทำการสำเร็จ พฤติการณ์ที่ตำรวจเรียกรับเงินถือเป็นการกระทำความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 149 ซึ่งจะได้ส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป