ชาวปราจีนฯ ผวาเป็นถังขยะโลก! กลุ่มทุนมืดท้าทายกฎหมาย ลอบทิ้งเศษสายไฟบด-ขยะพิษเกลื่อนกบินทร์บุรี

ชาวปราจีนฯ ผวาเป็นถังขยะโลก! กลุ่มทุนมืดท้าทายกฎหมาย ลอบทิ้งเศษสายไฟบด-ขยะพิษเกลื่อนกบินทร์บุรี





Image
ad1

ปราจีนบุรี – วิกฤตสิ่งแวดล้อมปราจีนบุรีส่อแววบานปลาย หลังกลุ่มทุนมืดไร้จิตสำนึกเดินหน้าท้าทายกฎหมายบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลอบขนกากขยะอุตสาหกรรมและเศษสายไฟบดอัดปนเปื้อนโลหะหนักกว่า 20 รถบรรทุกพ่วง เทกองทิ้งขวางทางชุมชนและผืนป่ารอยต่อสองจังหวัด หวั่นชะล้างลงแหล่งน้ำรับหน้าฝน และกระทบฝูงช้างป่ากว่า 200 ตัว ขณะที่ชาวบ้านสุดทน หวาดผวาบ้านเกิดกำลังกลายเป็น "ถังขยะโลก" รองรับมลพิษ หลังพบสถิติการลักลอบทิ้งขยะพิษและน้ำเสียเกิดขึ้นถี่ติดต่อกันในหลายอำเภอ

เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ถึงความคืบหน้ากรณีวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี หลังจากนายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กแจ้งเหตุกลุ่มทุนลักลอบนำกากขยะอุตสาหกรรมประเภทเศษสายไฟฟ้าที่ผ่านการบดย่อยและปอกเปลือกแล้ว ปริมาณไม่ต่ำกว่า 20 รถบรรทุกพ่วง มาเทกองทิ้งกระจายในพื้นที่ สปก. ของเอกชนรายหนึ่ง บริเวณผืนป่ายูคาลิปตัสและป่าอ้อย เขตบ้านโคกไม้แดง หมู่ 4 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ค.) จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อมวลชน พบว่ากากขยะอุตสาหกรรมประเภทเศษสายไฟฟ้าที่ผ่านการบดย่อยและปอกเปลือกแล้ว ถูกนำใส่รถบรรทุกพ่วงมาเทกองทิ้งบนถนนเข้าไร่เข้าสวนของชาวบ้านที่ใช้สัญจรไปมาอย่างเป็นกระบวนการ ส่งผลให้ยานพาหนะของชาวบ้านไม่สามารถเดินทางผ่านได้ตามปกติ และบริเวณใกล้ๆ กันยังพบสระน้ำขนาด 6 × 6 เมตร ลึก 2 เมตร มีคราบสีดำลักษณะคล้ายคราบน้ำมันเครื่องเก่าลอยเต็มอยู่ภายในสระและส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนที่ชาวบ้านหวั่นวิตกว่าสารพิษและโลหะหนักอาจถูกน้ำฝนชะล้างลงสู่ไร่สวนและแหล่งน้ำสาธารณะของชุมชน

พบ นายน้อย (นามสมมุติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า สิ่งที่นำมาทิ้งน่าจะเป็นจำพวกเปลือกสายไฟและเริ่มส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ขณะที่ นายชูศักดิ์ แต้มตั้งรำย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวเสริมว่า คราบดำๆ ในสระน้ำน่าจะเป็นคราบน้ำมันเครื่องเก่า เพราะมีความเข้มข้นขนาดทำให้หญ้าบริเวณรอบๆ เหี่ยวเฉาและตายได้

ด้าน นายสุนทร คมคาย หรือ "เกษตรแหลม" ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยว่า ขยะพิษเหล่านี้ถูกนำมาลักลอบทิ้งไว้นานกว่า 4 วันแล้ว และมีปริมาณมหาศาล คาดว่าไม่ได้นำมาทิ้งเพียงแค่วันเดียว ลักษณะขยะที่พบมีทั้งเศษสายไฟบดแอล (สายไฟที่ถูกลอกเอาทองแดงออกแล้ว) ถุงบิ๊กแบ็ก และถังสารเคมีขนาด 200 ลิตร กระจายอยู่ทั้งในป่ายูคาลิปตัส ในสระน้ำ และข้างป่าอ้อย

"จุดที่นำมาทิ้งห่างจากบ้านเรือนประชาชนไม่ถึง 100 เมตร และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ บริเวณโคกไม้แดงนี้เป็นเส้นทางหลักที่โขลงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน กว่า 100-200 ตัว ใช้เดินทางสัญจรข้ามฝั่งมาจากฉะเชิงเทราเพื่อไปยังป่าสะเดาซึ่งเป็นแหล่งหากินหลัก หากช้างป่าลงไปเล่นน้ำหรือกินน้ำในสระที่ปนเปื้อนสารเคมีเหล่านี้ อาจเกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้" นายสุนทร กล่าวด้วยความกังวล

ด้าน นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา หลังจากได้รับรายงานจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบและสามารถสกัดจับรถบรรทุกพ่วง (รถ 10 ล้อ) และรถไถที่ใช้ในการกระทำความผิดไว้ได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมควบคุมตัวคนขับรถไถที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวนและติดตามตัวเจ้าของที่ดินเอกชนรายใหญ่รายดังกล่าวมาดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

"มาตรการหลังจากนี้ได้สั่งการเน้นย้ำให้ฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพิ่มความเข้มงวดและตั้งด่านเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ยอมรับว่าขบวนการนี้เห็นแก่ตัว มักอาศัยจังหวะช่วงกลางคืนหรือตอนเจ้าหน้าที่เผลอในการลักลอบเข้ามาเททิ้ง หากผลตรวจจากกระทรวงอุตสาหกรรมชี้ชัดว่าเป็นวัตถุอันตราย จะดำเนินคดีขั้นสูงสุดทันที" นายธรรมรัฏฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยในรอบเดือนที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีต้องเผชิญกับปัญหามลพิษจากกลุ่มทุนมืดอย่างต่อเนื่อง จนประชาชนในพื้นที่เริ่มหวาดผวาว่าจังหวัดกำลังกลายเป็น "ถังขยะโลก" โดยก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งสัปดาห์ ได้เกิดเหตุลักลอบฝังกลบขยะอุตสาหกรรมปนเปื้อนลึกกว่า 6 เมตร บริเวณบ่อลูกรังเก่าพื้นที่สาธารณะ หมู่ 6 ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี ปริมาณมากกว่า 10 รถบรรทุกพ่วง ซึ่งกรณีนี้อุตสาหกรรมจังหวัดได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดในขณะเกิดเหตุได้ ทราบเพียงพฤติการณ์ความเสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสืบหาเบาะแส

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองหนองแสง (คลองชวดโพธิ์) ในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย

เกี่ยวกับกรณีน้ำเสียนี้ นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 ได้แจ้งข้อมูลความคืบหน้าว่า คณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำและบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำในคลอง โดยทำการสูบน้ำเน่าเสียออกจากคลองหนองแสง พร้อมทั้งปล่อยน้ำจากแก้มลิงหนองแสงลงสู่คลองแทน ส่งผลให้คุณภาพน้ำดีขึ้นกว่า 80% ทั้งนี้ ได้มีการนัดหมายจัดกิจกรรมโรยจุลินทรีย์ลงในคลองหนองแสง ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ

ขณะที่ นางสุณิสา ปาลิวงษ์ คณะกรรมการและสมาชิกชมรมเรารักษ์ปราจีน เปิดเผยว่า ทางชมรมฯ และเครือข่ายคนปราจีนปกป้องสถาบัน ได้ร่วมกันนำน้ำจุลินทรีย์จำนวน 5 ถังใหญ่ กับอีก 1 ลังใหญ่ ไปมอบให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกไทย (อบต.) อ.ศรีมโหสถ เพื่อใช้ในการบำบัดน้ำในคลองหนองแสง และเตรียมสนับสนุนการทำ EM Ball เพื่อโยนลงไปบำบัดน้ำและเลนก้นคลองในระยะต่อไป

ทางด้านกลุ่มเครือข่ายสิ่งแวดล้อมและภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานส่วนกลาง ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 7 รวมถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เร่งรัดติดตามคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้เรื่องเงียบหายไปกับสายลม พร้อมทั้งสืบสวนหาโรงงานต้นทางที่เป็นผู้ผลิตขยะพิษเหล่านี้ และบังคับให้นำกากอุตสาหกรรมทั้งหมดกลับไปบำบัดอย่างถูกต้องโดยเร็วที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนและผืนป่าที่เป็นที่อยู่ของช้างป่ารอยต่อสองจังหวัดอย่างยั่งยืน

### มานิตย์ สนับบุญ –ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุรี###