มรภ.ศรีสะเกษ ผนึกสื่อมวลชนสร้างเครือข่ายสื่อสารงานวิจัย ขับเคลื่อนภารกิจขจัดความยากจนสู่ชุมชน

มรภ.ศรีสะเกษ ผนึกสื่อมวลชนสร้างเครือข่ายสื่อสารงานวิจัย ขับเคลื่อนภารกิจขจัดความยากจนสู่ชุมชน





Image
ad1

มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ประชาชน พร้อมร่วมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าพลังของสื่อสารมวลชนจะช่วยขยายผลการทำงานของมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จัดการประชุมหารือแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อร่วมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ภารกิจ และกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการนำเสนอผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง

รศ ดร เอมอร แสนภูวา รองอธิการบดีผู้กำกับดูแลสถาบันวิจัยและพัฒนา ม.ราชภัฏศรีสะเกษ

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างมหาวิทยาลัยกับสำนักการประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษและสื่อมวลชนในพื้นที่ ภายใต้เป้าหมายการสร้างเครือข่ายสื่อสารสาธารณะที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ ผลสำเร็จจากงานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาของชุมชน โดยเฉพาะการขับเคลื่อน "งานวิจัยขจัดความยากจน" ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.เอมอร แสนภูวา รองอธิการบดี ผู้กำกับดูแลสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุวัตน์ ศรีสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา นายสุพิชัย  หล่าสกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมพบปะหารือกับผู้แทนสื่อมวลชน เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เชื่อมั่นว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและสื่อมวลชน จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยออกจากห้องเรียนและห้องปฏิบัติการไปสู่ชุมชน สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากผลงานวิจัย และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน