ม.รามเดือด! เลขาฯสภาคณาจารย์ ยื่นตรวจสอบ-ถอดถอน  ปธ.กก.ส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (มีคลิป)

ม.รามเดือด! เลขาฯสภาคณาจารย์ ยื่นตรวจสอบ-ถอดถอน  ปธ.กก.ส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (มีคลิป)
ad1






ad1

ad1

ad1

เลขาธิการสภาคณาจารย์ ม.ราม   ยื่นสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง  ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ และให้มีมติถอดถอนประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย   ชี้การไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่  การมีสภาพความไม่เป็นกลาง?? พร้อมระบุ หากเพิกเฉยทางคณะผู้ร้อง จะดำเนินการเรียกร้องต่อหน่วยงานภายนอกตามช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสมต่อไป  ด้าน "สมบูรณ์  สุขสำราญ" ยันจะสั่งให้มีบรรจุวาระเรื่องนี้  และมีการพิจารณา    23 พ.ค.65 นี้   

9 พ.ค. 2565 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาสกร  เรืองวานิช  เลขาธิการสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ได้ยื่นเรื่องต่อ นายสมบูรณ์  สุขสำราญ  อุปนายกมหาวิทยาลัยรามคำแหง   เรื่อง : ขอเรียกร้องสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและมีมติถอดถอนประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์) 
โดยรายละเอียดระบุว่า  ภายหลังผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ หมดวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี  เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563  ในระยะเวลาต่อมา นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัย ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 แจ้งความประสงค์ไม่ขอรับตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัย และให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงพิจารณาหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยต่อไป ต่อมาวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญชาล ทองประยูร รักษาราชการอธิการบดีในขณะนั้น ได้เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยต่อไป ทำให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ได้รับตำแหน่ง ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัย ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 7/2563 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2563 โดยมีฐานะเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ตามมาตรา 18 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 ในขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ หลังจากลาออกจากประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้มีการประชุมสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาพระราชโองการโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้สมควรมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยการมีชื่อ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รวมอยู่ด้วย

ต่อมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการอำนวยการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามคำสั่ง สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ 52/2563 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563 และตามคำสั่งสภามหาวิทยาลัย 63/2563 ลงวันที่ 3 กันยายน 2563 ได้แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดี แทนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญชาล ทองประยูร ตามมาตรา 25 วรรค 2 แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 ประกอบกับ มติสภาในการประชุมครั้งที่ 10/2563 วาระ 4.15 วันที่ 31 สิงหาคม 2563 จึงทำให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดี จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2564 ยาวนานเกินกว่า 180 วัน และเมื่อมีคำสั่งโปรดเกล้าฯแต่งตั้งอธิการบดีตัวจริง จึงทำให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ จบสิ้นวาระรักษาการอธิการบดีไปโดยปริยาย แต่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระประมาณเดือนมิถุนายน 2565 ต่อไป

และว่า  เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย คือ  1. พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541 2. ข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการ   มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551   มีข้อพิจารณา ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 การไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541 มาตรา 16 ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย (2) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตําแหน่งได้แก่อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย์และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัย ประกอบมาตรา 21 ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยคณะหนึ่งประกอบด้วย ประธาน กรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง  โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541 มาตรา 18 (10) สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ฯ แต่งตั้งและถอดถอนประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย และข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 ข้อ 11 ให้อธิการบดี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เสนอสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งและถอดถอนประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย อีกทั้งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ข้อ 5 คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย ประกอบข้อ 8 ประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 8.3 สามารถส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยให้พัฒนาก้าวหน้าทางวิชาการและศิลปวัฒนธรรม 
ต่อมาสภามหาวิทยาลัยได้มีการประชุม ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 โดยให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย แทนคณะกรรมการชุดเดิมที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย ดังรายนามต่อไปนี้

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์  ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย 2. นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย 3. นายธนพล คงเจี้ยง กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย 4. รองศาสตราจารย์นพคุณ คุณาชีวะ   กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย 5. รองศาสตราจารย์เริงรณ ล้อมลาย กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย 6. ผู้อำนวยการกองกลาง  เลขานุการคณะกรรมการส่งเสริม กิจการมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ข้อพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนําแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย หรือไม่   ตลอดระยะเวลาที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นมา จวบจนปัจจุบันได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนําแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย อย่างไรบ้าง อาทิเช่น 1) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัย 2) สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย 3) ระดมทุนและแสวงหารายได้ให้แก่มหาวิทยาลัย 4) ดำเนินงานที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยทั้งในระดับภูมิภาค ระดับชาติ และนานาชาติ 5) ประสานงานกับองค์กรหรือชุมชนเพื่อรับข้อเสนอแนะนำเสนอต่อมหาวิทยาลัย 6) จัดหาทรัพยากรสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัย 7) เสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและแผนพัฒนาการจัดการอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 8) ส่งเสริมให้มีกองทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสศึกษาในมหาวิทยาลัยอันเป็นการสนับสนุนความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา และ 9) รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อสภามหาวิทยาลัย 
อะไรคือผลงานที่เป็นรูปธรรมในข้างต้นของผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ที่สามารถส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยให้พัฒนาก้าวหน้าทางวิชาการและศิลปวัฒนธรรม และในฐานะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ได้เคยเรียกประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ที่ได้รับการแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563 หรือไม่ มีหลักฐาน รายละเอียดแสดงวาระและรายงานการประชุมทั้งหมดของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยที่สะท้อนการทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่  ที่ผ่านมาเห็นเพียงแต่การเข้ามาเป็นรักษาการอธิการบดี เข้ามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารกิจการภายในมหาวิทยาลัย ที่ขัดกับหลักการดำเนินงาน ตลอดจนเป็น 1 ในกลุ่มเสี่ยงที่สนับสนุนการถอดถอนอธิการบดี จึงเห็นได้ว่าเข้าข่ายเป็นการทำหน้าที่ที่ย้อนแย้งไม่ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด คือการให้คำปรึกษาและข้อแนะนําแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย หากไม่ได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนําแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย คณะผู้ร้องจึงขอเรียกร้องให้ สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและมีมติถอดถอนประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์) ตามมาตรา 18 (10)(13) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 ต่อไป
อีกทั้งคณะผู้ร้อง เกิดความสงสัยในความรู้ความสามารถของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและรอบรู้ในกิจการอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยหรือไม่ เป็นผู้ที่มีความพร้อมในการอุทิศตนให้แก่กิจการของมหาวิทยาลัยหรือไม่ มีศักยภาพในการสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยหรือไม่ มีความสนใจและเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นหรือเทคโนโลยีหรือไม่ และมีความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประชาชนหรือไม่ 

ประเด็นที่ 2 การมีสภาพความไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรง??
สืบเนื่องจากผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ได้มีข้อพิพาทและคดีความขึ้นสู่การ พิจารณาในชั้นศาล ทั้งในศาลยุติธรรม ศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลายคดีความยังไม่เป็นที่ยุติ แต่ในปัจจุบันผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตําแหน่ง โดยมีบทบาท อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541 ให้สภามหาวิทยาลัยมีอํานาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย นั้น ย่อมมีโอกาสแสดงพฤติกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลังที่อาจไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรงในการพิจารณาทางปกครองในเรื่องราวต่าง ๆ หรือการเข้าไปมีส่วนที่อาจยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล พยานเอกสารต่าง ๆ ที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในข้อพิพาทที่ยังไม่เป็นที่ยุติ อีกทั้งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง ในฐานะผู้ว่าจ้าง อาทิเช่น โครงการประหยัดพลังงานติดตั้งเครื่องปรับอากาศฯ และโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้พ่อขุนรามคำแหง (AD 1) โดยเรื่องของอาคารศูนย์การเรียนรู้ ในปัจจุบันนี้การก่อสร้างได้หยุดชะงักลง เนื่องจากมีการกล่าวอ้างในสมัยที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในขณะนั้น โดยอ้างว่าเกิดจากปัญหาทางด้านเทคนิคและปัญหาจากผู้รับเหมา จึงได้มีการสั่งการให้สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นและคาดว่าจะมีการนำเสนอให้สภามหาวิทยาลัยได้ทราบภายหลัง แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไร้วี่แววการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากสภามหาวิทยาลัยที่มีผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตําแหน่ง ได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับบุคลากรมหาวิทยาลัย


ข้อพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ก่อนดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นมา เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดี  ซึ่งเคยเป็นผู้ลงนาม กับคู่สัญญาที่ทำกับมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจมีส่วนได้เสียในสัญญา เพื่อไม่ให้เกิดสุ่มเสี่ยงกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมของมหาวิทยาลัย และอาจขัดกับการมีสภาพความไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรงได้ ตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 16 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 คณะผู้ร้องจึงเกิดความสงสัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนําแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย ควรมีสภาพความเป็นกลางด้วยหรือไม่ และกรณีนี้ถือว่า ตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่กำหนดตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 และมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หากเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และไม่ได้ปฏิหน้าที่ของตน จนเกิดความเสียหายต่อราชการ จะเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่

 ข้อเรียกร้อง  สภามหาวิทยาลัยมีอํานาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยและโดย เฉพาะให้มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้ มาตรา 18 (10) แต่งตั้งและถอดถอนประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประกอบมาตรา 18 (13) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ.2541  และประกอบกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 ข้อ10 10.3 10.4 และข้อ 11 คณะผู้ร้องจึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัย ดำเนินการ ทั้งนี้หากสภามหาวิทยาลัยเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ กับข้อเรียกร้องดังกล่าว ทางคณะผู้ร้อง จะดำเนินการเรียกร้องต่อหน่วยงานภายนอกตามช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสมต่อไป
คณะผู้ร้องจึงขอเรียกร้องต่อสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์) เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ด้วยเหตุอาจมีความบกพร่องต่อหน้าที่หรืออาจหย่อนความสามารถ ไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ขาดคุณสมบัติไม่สามารถส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยให้พัฒนาก้าวหน้าทางวิชาการและศิลปวัฒนธรรมได้ และอาจมีสภาพความไม่เป็นกลางอย่างร้ายแรง จนอาจนำไปสู่การทำให้สภามหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติแห่งนี้เสื่อมเสียชื่อเสียง และมีมติถอดถอนประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ต่อไป 
ด้านนายสมบูรณ์  สุขสำราญ  อุปนายกมหาวิทยาลัยรามคำแหง    กล่าวว่า ทางสภามหาวิทยาลัยจะมีการประชุมในวันที่   23 พ.ค.65 นี้   และตนเองจะสั่งให้มีการบรรจุวาระเรื่องนี้  และมีการพิจารณา ต่อไป