เปิดด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ ยกระดับศักยภาพประตูการค้าชายแดนไทย–เมียนมา

กรมศุลกากรเปิดด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ งบกว่า 394 ล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพประตูการค้าชายแดนไทย–เมียนมา รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ มูลค่าการค้าชายแดนรวม 191,237.73 ล้านบาท ที่ด่านชายแดนไทย-เมียนมา

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรจัดพิธีเปิด ด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ ณ เลขที่ 524 หมู่ที่ 7.บ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมี นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมศุลกากร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีนายยอดพล วิชญกุล นายด่านศุลกากรแม่สอด กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงาน. ผู้แทนจากภาครัฐ ทหาร-ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมือง-ฝ่ายปกครอง -ภาคเอกชน หอการค้า-สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก พ่อค้านักธุรกิจที่มาร่วมงาน

รายงานข่าวแจ้งว่า ด่านศุลกากรแม่สอดเป็นด่านศุลกากรที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ในฐานะประตูการค้าชายแดนด้านตะวันตกที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East–West Economic Corridor : EWEC) ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้า การลงทุน และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2568 ด่านศุลกากรแม่สอดมีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 191,237.73 ล้านบาท และสามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ได้ 149.368 ล้านบาท

สะท้อนบทบาทของด่านศุลกากรแม่สอดในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจชายแดนของประเทศ การเปิดด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับที่ท าการของด่านศุลกากร แม่สอดเดิม โดยได้รับงบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 394,826,643 บาท เพื่อรองรับการขยายตัว ของการค้าชายแดนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยอาคารแห่งใหม่ ได้รับการออกแบบให้รองรับการปฏิบัติงานด้านศุลกากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีพื้นที่รองรับ การให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนอย่างเป็นสัดส่วน เอื้อต่อการบูรณาการการท างานร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และรองรับการขยายตัวของการค้าชายแดนในอนาคต ด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมศุลกากรในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านศุลกากรให้สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนและการค้าในระดับภูมิภาค โดยมุ่งสร้าง สมดุลระหว่างการอ านวยความสะดวกทางการค้า การจัดเก็บรายได้ของรัฐ การคุ้มครองสังคม และ การรักษาความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “NEXT DRIVE CUSTOMS” ที่มุ่งพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับการให้บริการ เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


