กำลังซื้อรากหญ้า ถดถอย ยอดขายตลาดนัดวูบ! ผู้ค้าเคหะชุมชนบางชัน วอนรัฐลดค่าเช่าพื้นที่

นายภคิน พลีขันธ์ ผู้จัดการ บริษัท เกรียงนำชัย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินกิจการกำกับดูแล ตลาดนัดชุมชน 2 แห่ง คือ ตลาดนัดเคหะชุมชนร่มเกล้า และตลาดนัดเคหะชุมชนบางชัน มานานกว่า 15 ปี ซึ่งตลาดนัดทั้ง 2 แห่งมีล็อกผู้ค้า ประมาณ 300 ล็อก มีจำนวนผู้ค้าเต็มทุกล็อก และยังเสริมล็อกพิเศษให้ผู้ค้าเพิ่มเติมอีกประมาณ 100 ล็อก ช่วงก่อนการระบาดโควิด พอมีการแพร่ระบาดโควิด ตั้งแต่ปลายปี 2562 ถึงปี 2566 มีจำนวนผู้ค้าลดลงจำนวนลง จนถึงทุกวันนี้ จากภาวะดังกล่าว ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ค้าตลาดสด กำลังซื้อของประชาชนลดลง ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายและซื้อของน้อยลง ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าหลายรายมียอดขายตก รายได้หดหาย พื้นที่ขายของเงียบเหงาจนต้องแบกรับภาระขาดทุนสถานการณ์และผลกระทบที่ผู้ค้าตลาดสดต้องเผชิญในปัจจุบัน

นายภคิน พลีขันธ์ ผู้จัดการ บริษัท เกรียงนำชัย จำกัด
จากสถานการรณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังซื้อหดตัวและยอดขายลดลง ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ผู้บริโภคเน้นซื้อเฉพาะของจำเป็นและลดปริมาณการซื้อต่อครั้งลง ผู้ค้าหลายพื้นที่สะท้อนว่ารายได้ลดลงอย่างมาก บางวันแทบไม่มีลูกค้า ต้นทุนสินค้าสูงสวนทางกับรายได้ ผู้ค้าได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาค่าขนส่งและอัตราเงินเฟ้อ แต่ผู้ค้าไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้มากนัก เพราะเกรงใจลูกค้าและกลัวขายไม่ออก ทำให้กำไรต่อหน่วยลดลงการแข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน นอกจากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการตลาดสด ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันรุนแรง จากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เกิดขึ้นยังกับดอกเห็ด ประกอบกับการสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ที่เติบโตขึ้น ทำให้ลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนช่องทางจับจ่ายการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ผู้ค้าในตลาดจำนวนมากต้องหยุดกิจการ เลิกเช่าพื้นที่ และหาช่วงทางทำมากินอย่างอื่นแทน

จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือผู้ค้าตลาดสด ผ่าน 2 มิติหลัก คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม เพื่อดึงเงินเข้าสู่ระบบตลาดสด และมาตรการเฉพาะหน้าสำหรับพื้นที่เช่าของรัฐ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าเช่าของพ่อค้าแม่ค้าโดยตรง มีรายละเอียดแนวทางปฏิบัติที่หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการได้ ไม่จะเป็นแนวทางการช่วยเหลือในภาพรวมของหน่วยงานรัฐกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานราก ออกมาตรการเยียวยาหรือจัดแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่าง โครงการไทยช่วยไทย 60:40 ต่อขยายจาก 4 เดือน เป็น 6 เดือน หรือ 8 เดือน และสนับสนุนแก่ผู้ค้าโดยตรงในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ จากสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ

สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนและป้องกันการพึ่งพาหนี้นอกระบบสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ประกอบการจัดอบรมเพิ่มทักษะอาชีพให้ผู้ค้าในการพัฒนาสินค้าของตนเองให้มีคุณภาพ การเข้าสู่ระบบออนไลน์ เช่น การปักหมุดร้านค้าบนแผนที่ การใช้แอปพลิเคชันจัดส่งอาหารและวัตถุดิบ หรือการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสด เพื่อขยายฐานลูกค้าเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน

“กลุ่มผู้ค้าในตลาดสด ต่างมีความหวัง ว่ารัฐบาลจะเช่าส่งเสริมเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยให้อยู่ได้ และในขณะเดียวกัน พื้นที่เช่าที่เป็นของหน่วยงานรัฐ ที่ให้เช่าพื้นที่ทำตลาดสดแก่ผู้ประกอบการตลาดนัด ควรจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลด หรืองดเว้นค่าเช่าพื้นที่ตลาดนัด นโยบายนี้มักออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยเหลือผู้ค้าในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ”

