คนปราจีนบุรีผวาเป็นถังขยะโลกกลุ่มทุนมืดลอบทิ้งขยะพิษไม่หยุดปัญหาถาถมไร้ทางแก้

ปราจีนบุรี — เกิดเหตุการณ์วิกฤตสะเทือนใจคนทั้งจังหวัด! เมื่อกลุ่มทุนมืดและพวกมักง่ายลักลอบนำขยะอุตสาหกรรม และสายไฟปลอกเปลือกเข้ามาแอบทิ้งและจุดไฟเผาอย่างท้าทายกฎหมาย ซึ่งในรอบเดือนกรกฎาคม 2569 เพียงเดือนเดียว มีการแอบนำขยะพิษมาทิ้งซ้ำซ้อนกันถึง 3 ครั้ง! แถมยังมีการลอบปล่อยน้ำเสียลงลำคลองธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง จนชาวบ้านผวาหนัก หวั่นใจว่าถ้าเจ้าหน้าที่ยังจับตัวการไม่ได้ จังหวัดปราจีนบุรีคงกลายเป็น "ถังขยะโลก" ในอีกไม่ช้า
เมื่อคิดรวมปริมาณขยะพิษที่ถูกนำมาขนทิ้งในพื้นที่ทั้งหมด พบว่ามีรถบรรทุกพ่วงแอบขนกากสายไฟบด เถ้าตะกอน และสารเคมีเข้ามาทิ้งรวมแล้ว มากกว่า 20 คันพ่วง ซ้ำยังส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ปลาตายมหาศาลลอยเต็มคลองครอบคลุมถึง 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ แถมยังเป็นอันตรายรุนแรงต่อฝูงช้างป่าเขาอ่างฤาไน เพราะขยะพิษถูกนำไปทิ้งขวางเส้นทางหากินของสัตว์ป่าอีกด้วย

เหตุการณ์ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ อบต.วังตะเคียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (ปจ.2 ทุ่งโพธิ์), ฝ่ายปกครองบ้านเขากระแต และตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบกลางป่าเต็งรัง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ไม่ธรรมดาเพราะเป็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี
จากการตรวจอย่างละเอียด ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง! พบกองเศษสายไฟและสายเคเบิ้ลหุ้มฉนวน ทั้งสีแดงและสีดำ ถูกนำมาทิ้งไว้กระจายกันถึง 4 กองใหญ่ บางส่วนถูกอัดแน่นใส่ถุงบิ๊กแบ็คขนาดใหญ่ โดยมีร่องรอยการจุดไฟเผาเพื่อลอมละลายเอาเฉพาะทองแดงและอลูมิเนียมข้างในไปขาย แล้วทิ้งปลอกพลาสติกกับกากเคมีเผาไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึ๊กคละคลุ้งไปทั่วป่า ประเมินน้ำหนักขยะพิษกองนี้ไม่ต่ำกว่า 200–300 กิโลกรัม คาดว่าถูกแอบนำมาเผาช่วงดึกก่อนหน้าที่ชาวบ้านจะมาเจอประมาณ 2 วัน

นายวรวิทย์ ยังคิด นายก อบต.วังตะเคียน เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่เดินเข้าป่ามาหาเก็บเห็ดและของป่าตอนเช้าตรู่เป็นคนมาพบกองขยะผิดปกตินี้เข้า จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จุดนี้เป็นทางเกวียนเปลี่ยว ห่างจากบ้านคนเกือบ 1 กิโลเมตร พวกมักง่ายเลยอาศัยความมืดแอบขนเข้ามาทิ้ง
"พื้นที่ตรงนี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ เนื้อที่ใหญ่โตกว่า 1,000 ไร่ และยังเป็นพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่ชาวบ้านใช้เก็บเห็ดเก็บของป่าเลี้ยงชีพ การที่มีคนเอาขยะเคมีมาทิ้งและจุดไฟเผาแบบนี้ ถือเป็นการทำลายธรรมชาติ และสร้างมลพิษทางอากาศกับดินอย่างร้ายแรงที่สุด" — นายวรวิทย์ ยังคิด กล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นางสาวธัญญ์นรี ชำนาญกิจ นิติกร อบต.วังตะเคียน ได้รับมอบอำนาจจาก นายวรวิทย์ ยังคิด นายก อบต.วังตะเคียน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ว่าที่ ร.ต.อ. ปราโมทย์ เสสสี พนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน (เลขคำแจ้งความที่ EV70193256902020K) เพื่อให้สืบสวนสอบสวนติดตามตัวกลุ่มทุนมืดและผู้กระทำความผิดมาลงโทษตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด
จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มทุนมืดทำงานกันเป็นขบวนการ กระจายทิ้งขยะพิษไปทั่วปราจีนบุรีถึง 3 จุดใหญ่ ได้แก่
จุดที่ 1 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี: แอบเอาขยะสายไฟบดอัดมาดัมป์ทิ้งในบ่อลูกรังเก่าพื้นที่สาธารณะ กว้างกว่า 3 ไร่ ลึกถึง 6 เมตร แล้วเอารถไถมาดันดินกลบปิดปากบ่อ ทำให้น้ำในบ่อเน่าเสีย เสี่ยงไหลซึมลงแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง

จุดที่ 2 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี: จุดนี้หนักหนาสาหัส เพราะเอาผงเคมีสีดำที่คายความร้อนตลอดเวลามาเทปรับพื้นที่ เอาเปลือกสายไฟมาบดอัดทำเป็นถนน แถมยังแอบปล่อยน้ำเสียปนคราบน้ำมันเครื่องใช้แล้วลงสระน้ำการเกษตร จนน้ำกลายเป็นสีเทาเข้มส่งกลิ่นฉุน ก่ออันตรายต่อฝูงช้างป่าเขาอ่างฤาไนที่เดินผ่าน
จุดที่ 3 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี (ล่าสุด): ยามวิกาลแอบลักลอบขนสายไฟ 200–300 กิโลกรัม เข้ามาจุดไฟเผาวินาศควันโขมง กลางป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้
สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้แห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง โดยเริ่มต้นมาจากการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงอนุรักษ์พรรณไม้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ก่อนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการ อพ.สธ. ขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2535

ต่อมา กรมป่าไม้ ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรี และ อบต.วังตะเคียน ได้สงวนพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้พื้นถิ่น สมุนไพรหายาก ให้เป็น "พื้นที่ปกปักทรัพยากร" การที่มีแก๊งมักง่ายขนขยะพิษเข้ามาเผาทำลาย จึงเท่ากับเป็นการย่ำยีพื้นที่อนุรักษ์อันทรงคุณค่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เพื่อไม่ให้สารพิษจากการเผาพลาสติกรั่วซึมลงดินและแหล่งน้ำ นายก อบต.วังตะเคียน ได้สั่งการให้นำรถบรรทุกเข้าจัดเก็บขนย้ายเศษสายไฟพิษทั้งหมดออกจากป่าโดยด่วน และประสานส่งมอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีตามหลักสุขาภิบาลอุตสาหกรรมต่อไป

มานิตย์ สนับบุญ – ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพิ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี

