ยางราคาตกชาวศรีสะเกษโค่นทิ้งปลูก"ดอกดาวเรือง"ขายรายได้พุ่ง (มีคลิป)

ยางราคาตกชาวศรีสะเกษโค่นทิ้งปลูก"ดอกดาวเรือง"ขายรายได้พุ่ง (มีคลิป)
ad1






ad1

ad1

ad1

ยางราคาตกไร้อนาคตเกษตรกรศรีสะเกษโค่นทิ้ง
ปลูกดอกดาวเรืองแซมสวนทุเรียนขายรายได้พุ่ง

โดย...เสนาะ วรรักษ์ เรื่อง/ ภาพ

ยุคยางพาราเฟื่องฟูเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)ต่างพลิกผืนนาไร่ปลูกต้นยางกันเป็นจำนวนมากหวังว่ายางพาราจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สร้างรายได้มั่นคงยั่งยืน แต่ผ่านพ้นไม่กี่ปีมานี้ราคายางพาราตกต่ำสุดขีดไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำให้เกษตรกรโค่นสวนยางพาราทิ้งหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่นแทน

เช่นเดียวกับเกษตรกรศรีสะเกษ..!ต่างก็โค่นต้นยางพาราทิ้ง หันมาปลูก "ดอกดาวเรือง" แซมต้นทุเรียนกลางดงดินแดง "ดินภูเขาไฟ" ส่งขายปากคลองตลาด รายได้งาม.!!

นางจิราวรรณ พงษ์วัน อายุ 31ปี บ้านตาแบน ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ บอกเล่าถึงที่มาของการปลูกดาวเรืองตัดดอกขายว่า ใช้เนื้อที่ปลูกดาวเรืองทั้งหมด 3ไร่ เดิมทีนั้นเป็นสวนยางพาราขณะนี้มีราคาตกต่ำ จึงได้ตัดทิ้งหันมาปลูกทุเรียนทดแทนไว้มีทั้งหมด112ต้นโดยซื้อต้นพันธุ์มาต้นละ100บาทเป็นเวิน12,000 บาท ขณะนี้อายุ 1 ปี อีก3 ปีก็จะออกผลขายได้ ขณะเดียวกันได้ปลูกดอกดาวเรืองแซม โดยการยกร่องยาวจำนวน 6 แถว
ลงทุนปลูกดอกดาวเรือง ทั้งค่ารถไถและค่าปุ๋ย 15,000 บาท

การปลูกดอกดาวเรื่องเริ่มด้วยการหว่านเมล็ดพันธ์ใช้เวลา15 วันจากนั้นก็ย้ายไปปลูกลงแปลงอีก15 วันจึงตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่ง หมั่นรดน้ำวันเว้นวันอีกเดือนกว่าก็ดตัดดอกได้ สำหรับสวนนี้ปลูก2พันธุ์ อาทิ พันธุ์ซอฟเวอร์เรน มีดอกสีเหลืองกลีบดอกซ้อนกันแน่นสวยงามดอกมีขนาประมาณ 10 ซม. และ พันธุ์เทอเรียออกดอกสีส้มขนาดประมาณ 8.5 ถึง 10 ซม.

 
การตัดดอกจะเว้นระยะ 2-3 วัน ตัด1ครั้ง แต่ละต้นจะมีดอกให้ตัดประมาณ15 ดอก ตลอดทั้งฤดูกาลปลูก ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งหมดการให้ดอก เป็นเวลา 3 เดือนแต่ละต้นสามารถตัดได้ 15 ครั้งทีเดียว บริเวณนี้ล้อมรอบด้วยสวนยางพารา สวนเงาะ มังคุดิลองกอง ครั้งก่อนเป็นป่าดงดิบ มีดินเป็นสีแดง ชาวบ้านเรียกว่า ดงดินแดง ซึ่งเป็นดินภูเขาไฟ ที่มอดแล้ว จึงมีแร่ธาตุสมบูรณ์และปลูกพืชได้ผลิตผลดี ดอกใหญ่

ในการตัดดอกนั้น นางจิราวรรณ และคนงาน จะออกมาตัดในตอนเช้า เมื่อได้จำนวนที่ต้องการ ก็จะนำมาคัดดอก เป็นขนาดดอกใหญ่ กลาง เล็ก ดอกใหญ่ดอกละ 35สตกลาง 27สต เล็ก 20 สต แล้วนำมาเรียงใส่ถุงพลาสติกถุงละ 50 ดอกจำนวน 12,000ถุง 6 หมื่นดอก มีพ่อค้ามารับซื้อส่งไป "ปากคบองตลาด " กทม ก็จะได้เงิน12,000 บาท ปีกลายนี้ขายดอกดาวเรืองได้เงิน7หมื่นบาท หักค่าใช้จ่ายเหลือเงินสุทธิประมาญ4 หมื่นบาท

ดาวเรืองมีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ต่อมามีผู้นำเข้าไปปลูกในยุโรปเนื่องจากเป็นไม้ที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่ายอีกทั้งดอกมีความสวยงามจึงเป็นที่นิยมปลูกอย่างแพร่หลายใช้เป็นดอกไม้หน้าแท่นบูชาพระนางเเมรี

สำหรับประเทศไทย นิยมมาร้อยพวงมาลัย และมัดเป็นช่อบูชาพระ คล้องคอรับแขกบ้านแขกเมือง ดอกดาวเรืองจึงเป็นที่นิยมที่ต้องใช้ทุกวันพระ และเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งเดือน ตลอดทั้งปีจึงเรียกได้ว่า ดอกดาวเรือง เป็น"ดอกไม้อมตะ"คงความนิยมตลอดไป