ผช.ผบ.ตร.ลุยตรวจผับมรณะ ล่าสุดสิ้นใจอีก 1 รวมเสียชีวิต 14 ศพ พร้อมตั้งกรรมการสอบ หากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นความบกพร่องต้องรับผิดชอบ

ผช.ผบ.ตร.ลุยตรวจผับมรณะ ล่าสุดสิ้นใจอีก 1 รวมเสียชีวิต 14 ศพ

ผช.ผบ.ตร.ลุยตรวจผับมรณะ ล่าสุดสิ้นใจอีก 1 รวมเสียชีวิต 14 ศพ พร้อมตั้งกรรมการสอบ หากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นความบกพร่องต้องรับผิดชอบ
ad1






ad1

ad1

ad1

05 ส.ค. 2565  ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร้าน เมาท์เทน บี เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (5 ส.ค.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ได้เดินทางมายัง สภ.พลูตาหลวง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และประชุมร่วมกับ นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เปิดศูนย์การช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บไว้ที่ อบต.พลูตาหลวง เพื่อรับแจ้งข้อมูลและประสานการช่วยเหลือ ส่วนผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทางญาติมายืนยันแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจน จึงต้องส่งศพไปนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจดีเอ็นเอยืนยันตัวตนอีกครั้ง

ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้ส่งพิสูจน์หลักฐานกลาง และนำทีมที่มีประสบการณ์ จากตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่เกาะกูดจนสามารถดำเนินคดีกับเจ้าของได้มาร่วมตรวจสอบด้วย และขณะนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปประมาณ 30 ปากแล้ว จะต้องเร่งตรวจพิสูจน์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้รู้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ประกบผู้ที่เกี่ยวข้อง แม้มีการปล่อยตัวไป ขอให้ญาติไม่ต้องกังวล เพราะอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมเยียวยากับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต

ส่วนประเด็นของสถานบริการแห่งนี้ พบว่ามีการขออนุญาตในลักษณะเป็นร้านอาหาร แต่กลับมีการแอบลักลอบต่อเติมเป็นสถานบันเทิง โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรณีนี้ที่มีกระแสว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีเอี่ยวหรือปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิงนั้น ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการละเลยหรือเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย ส่วนเรื่องการขออนุญาตผิดประเภทนั้น ต้องเร่งตรวจสอบเช่นกัน รวมไปถึงเคสที่แจ้งว่า มีการปิดล็อกทางหนีไฟทั้ง 2 บาน จนเหลือทางออกเพียงด้านเดียว จนเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสอบทั้งหมด

หลังจากนี้จะต้องมีมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก รวมถึงผู้ประกอบการจะต้องไปดูมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะประตูหนีไฟ ต้องให้ความรู้กับพนักงาน หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะมีวิธีการรับมืออย่างไร พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการด้วยว่า อย่าคิดแสวงหาผลกำไรอย่างเดียว ต้องระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ยืนยันว่า หากใครเกี่ยวข้อง มีสี หรือไม่มีสี  จะดำเนินการโดยไม่ละเว้นแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า เจ้าของร้านอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่แรก และได้สอบปากคำไปแล้วในเบื้องต้น ซึ่งเดิมสถานที่นี้ ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่เป็นการขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหารและจำหน่ายสุรา แต่ต่อมาในช่วงหลังลอบดัดแปลงเป็นสถานบริการ

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผู้กำกับการ สภ.ภูตาหลวง กล่าวถึงกรณีมีการปรับเปลี่ยนจากร้านอาหารเป็นผับต้องไปตรวจสอบ ส่วนการขออนุญาต ทั้งที่ไม่ใช่โซนนิ่งที่เปิดผับได้นั้น เบื้องต้นพบว่ามีการเปิดเป็นร้านอาหาร มีการขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหาร และจากการการพูดคุยเจ้าของร้านในที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้สอบถามเรื่องการเปิดเป็นสถานบริการ จากเดิมที่ขออนุญาตเป็นร้านอาหาร

หลังจากนี้จะเรียกเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะเมื่อคืนเร่งดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนก่อนหน้านี้ที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องเสียงดัง ก็ได้ดำเนินคดีเรื่องการใช้เสียงที่เกินต่อกฎหมายไปแล้ว โดยอำเภอประสานตำรวจไปดำเนินการ ส่วนประเด็นการไปตรวจสอบของตำรวจทุกครั้งไม่ทราบหรือว่า ที่เกิดเหตุเปิดเป็นผับไม่ใช่ร้านอาหาร ผู้กำกับ สภ.พลูตาหลวง ชี้แจงว่า การไปตรวจของตำรวจ ตรวจในลักษณะของงานป้องกันปราบปราม ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องของการขออนุญาตใบประกอบกิจการสถานบันเทิง

นอกจากนี้มีกระแสข่าวลือว่า มีผู้ทีอิทธิพล คนมีสี เกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ แต่เบื้องต้น กระแสข่าวที่ว่าดาบตำรวจ สภ.พลูตาหลวงเกี่ยวข้อง ยืนยันว่า ยังไม่พบ ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

ด้านนายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า กรณีพื้นที่เปิดผับเป็นพื้นที่นอกโซนนิ่งซึ่งให้ตั้งสถานบริการไม่ได้ แต่เจ้าของไปขออนุญาตจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม จึงสามารถประกอบกิจการได้ ไม่เกิน 24.00 น. แต่ภายหลังมีการดัดแปลงเปิดผับ ทั้งนี้ต้องไปตรวจสอบการดัดแปลงเป็นสถานประกอบการโดยละเอียดอีกครั้ง

ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือนายสุเทพ มงคลแก้ว ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รวมมีผู้เสียชีวิตเหตุการในครั้ง 14 ราย