ฮือฮาลั่นวัด! พ่อสั่งเสียก่อนตาย เปิด “หมอลำกลอน” หน้าศพกล่อมวิญญาณ

ปราจีนบุรี - ฮือฮาลั่นวัด! พ่อสั่งเสียก่อนตาย เปิด “หมอลำกลอน” หน้าศพกล่อมวิญญาณ ลูกจัดให้ตามคำขอสุดท้าย-ป.ฉลาดน้อย ลำล่องสนั่นกบินทร์บุรี แขกแห่ร่วมอาลัยแน่น!
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับแจ้งข่าวแปลกชวนฮือฮาจากชาวบ้าน ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี ว่ามีการจัดพิธีศพสุดแปลกไม่เหมือนใคร ณ วัดตรอกปลาไหล โดยทางญาติพี่น้องได้นำเพลง “หมอลำกลอน” มาเปิดกล่อมหน้าโลงศพแทนการเปิดเพลงปี่พาทย์มอญหรือเพลงธรณีกรรแสงตามประเพณีดั้งเดิม สร้างความประหลาดใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงชื่นชมจากผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวจึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบยังวัดตรอกปลาไหล พบว่าภายในศาลาตั้งบำเพ็ญกุศล มีการตั้งศพของ นายสมศักดิ์ วันวงษา อายุ 78 ปี ซึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศทั่วไปเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัวและเครือญาติ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาและสร้างความแปลกใจคือเสียงลำกลอนจากลำโพงที่ดังชัดเจนทั่วบริเวณงาน

จากการสอบถาม นางสาวนภัสสร เคนเครือ บุตรสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าแต่มีรอยยิ้มว่า สมัยที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน และรักในเสียงดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะ "หมอลำกลอน" พ่อจะชอบมากเป็นพิเศษ ฟังได้ไม่มีเบื่อ ก่อนที่พ่อจะจากไป พ่อเคยสั่งเสียและย้ำกับลูกหลานไว้ชัดเจนว่า "ถ้าพ่อตายไป ไม่ต้องเปิดเพลงเศร้า ให้เปิดหมอลำกลอนให้พ่อฟังแทน" เพื่อจะได้ไม่เหงาและไม่อยากให้งานเต็มไปด้วยความหดหู่

ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานและญาติสนิทจึงร่วมใจกันทำตามความต้องการสุดท้ายของพ่อ โดยได้คัดสรรผลงานของหมอลำกลอนชื่อดังระดับตำนานอย่าง "ป.ฉลาดน้อย" อาทิ กลอนลำล่องตามน้องทั่วอีสาน และกลอนลำล่องเตือนสาว นำมาเปิดคลอก่อนและหลังพิธีพระสวดพระอภิธรรมเป็นเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงในทุก ๆ คืน ซึ่งทำให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันฮือฮาและประทับใจในความกตัญญูของลูก ๆ ที่จัดให้ตามคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายอย่างไม่มีตกหล่น

ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน (12 ก.ค. 69) ได้มีพิธีฌาปนกิจศพนายสมศักดิ์ ณ เมรุวัดตรอกปลาไหล บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีแขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการท้องถิ่น และญาติมิตรหลั่งไหลมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายรวมแล้วกว่า 400 คน โดยก่อนที่จะมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล ทางเจ้าภาพได้จัดให้มีการแสดงรำหน้าศพจำนวน 2 ชุดใหญ่

จากคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านปลาไหล โดยชุดแรกเป็นการฟ้อนรำของเด็กนักเรียนหญิง 4 คน ในบทเพลง "ฟ้อนสักการน้อมศพ" และชุดที่สองเป็นการฟ้อนรำอันอ่อนช้อยของคณะครูอีก 2 คน ในบทเพลง "ฟ้อนแพน" เพื่อส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับสู่สรวงสวรรค์

ในพิธีฌาปนกิจศพครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ บุตรเนียน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย เขต 3 จังหวัดปราจีนบุรี เดินภาพมาเป็นประธานในพิธีทอดผ้าบังสุกุล ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศอันทรงเกียรติและเปี่ยมไปด้วยความอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในยุคปัจจุบันการเลือกเปิดเพลงในพิธีศพเริ่มเปิดกว้างและมีความหลากหลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เจตนารมณ์ของเจ้าภาพ หรือตัวตนของผู้เสียชีวิต โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

ดนตรีไทยเดิมและเพลงบรรเลง (แบบแผนดั้งเดิม): มักใช้เป็นเพลงพื้นหลัง (Background Music) เพื่อสร้างความสงบ ให้เกียรติผู้ล่วงลับ เช่น เพลงธรณีกรรแสง/มอญร้องไห้ ที่ให้ความรู้สึกอาลัย หรือเพลงชุดนางหงส์/พญาโศก ที่ใช้เฉพาะงานอวมงคลเพื่อส่งดวงวิญญาณสู่สัมปรายภพ หรือแม้แต่ดนตรีคลาสสิกบรรเลงในงานศพยุคใหม่ (เช่น Canon in D) เพื่อช่วยผ่อนคลายความโศกเศร้า
เพลงสตริง / เพลงป๊อปไทย (เน้นความหมายและการจากลา): ปัจจุบันเจ้าภาพนิยมเปิดช่วงก่อนสวดอภิธรรมหรือช่วงทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่อสื่อความในใจ ความคิดถึง และการบอกลา เช่น เพลง ช่วงที่ดีที่สุด (BoydPod), รักเธอทั้งหมดของหัวใจ (Pause), ฤดูที่แตกต่าง (บอย โกสิยพงษ์), หรือ ภาพจำ (ป๊อบ ปองกูล)

เพลงเฉพาะกลุ่มตามความชอบของผู้เสียชีวิต: เช่น เพลงลูกทุ่ง/ลูกกรุงเก่า (สายัณห์, พุ่มพวง, สุนทราภรณ์) เพลงสากลความหมายลึกซึ้ง (See You Again) หรือในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นคนร่าเริงและสั่งเสียไว้ล่วงหน้าว่าไม่อยากให้ใครร้องไห้ เจ้าภาพอาจเลือกเปิดเพลงจังหวะสนุกสนานหรือเพลงหมอลำกลอน (เช่นในกรณีของ นายสมศักดิ์ วันวงษา) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชีวิต (Celebration of Life) เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน
### มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี ###

