ปภ.ปราจีนบุรียกระดับรับมือน้ำท่วมฉับหลังพายุ"ไมสัก"ฝนกระหน่ำ 2 วันซ้อนชุ่มฉ่ำ 7 อำเภอ ดันท่องเที่ยวคึกคัก

ปภ.ปราจีนบุรียกระดับรับมือน้ำท่วมฉับหลังพายุ"ไมสัก"ฝนกระหน่ำ 2 วันซ้อนชุ่มฉ่ำ 7 อำเภอ ดันท่องเที่ยวคึกคัก





Image
ad1

ปราจีนบุรี — สถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี กำลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในสองมิติอย่างชัดเจน หลังได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อน "ไมสัก" (MAYSAK) ที่พ่นพิษซัดถล่มต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วันซ้อน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักหนาแน่นกระจายตัวทั่วทั้งผืนราบและบนเขาครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ในด้านหนึ่ง ฝ่ายปกครองและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่จ่อขั้นวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง มวลน้ำมหาศาลจากผืนป่ามรดกโลกได้กลายเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาพลิกฟื้นและปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในลำน้ำให้กลับมาคึกคักอีกครั้งตั้งแต่ต้นฤดูกาล

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   นายชัยยา ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า    ปริมาณฝนสะสมในรอบวันตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 06.00 น. อยู่ในระดับมหาศาลที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาน้ำป่าหลาก    โดยพื้นที่ป่าต้นน้ำตอนบนที่มีปริมาณน้ำฝนทะลุเกิน 100 มิลลิเมตร ได้แก่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ ขญ.9 (ใสใหญ่) วัดได้สูงสุดถึง 142.0 มิลลิเมตร และหน่วยฯ ขญ.5 (กม.80) วัดได้ 114.0 มิลลิเมตร

ขณะที่พื้นที่ฝนตกหนาแน่นระดับปานกลางถึงสูง (40-90 มิลลิเมตร) ประกอบด้วย หน่วยฯ ขญ.10 (ประจันตคาม) วัดได้ 87.0 มิลลิเมตร หน่วยฯ ขญ.4 (คลองปลากั้ง) และหน่วยฯ ขญ.8 (ว่านเหลือง) วัดได้เท่ากันที่ 49.0 มิลลิเมตร ส่วนหน่วยฯ ขญ.20 (น้ำตกเหวนรก) และหน่วยฯ ขญ.6 (บุพราหมณ์ใน) อยู่ที่ 50.0 มิลลิเมตร

สำหรับพื้นที่ฝั่งจังหวัดนครนายกและปริมณฑล สถานีอุตุนิยมวิทยาอุทยานนครนายก (เขาเขียว) รายงานตัวเลขสูงถึง 93.4 มิลลิเมตร น้ำตกสาริกา 30.0 มิลลิเมตร น้ำตกนางรอง 25.0 มิลลิเมตร และหน่วยฯ ขญ.13 (นางรอง) วัดได้ 22.0 มิลลิเมตร

มวลน้ำมหาศาลจากผืนป่าเหล่านี้ได้หลากลงสู่พื้นที่ราบลุ่มด้านล่าง ส่งผลให้เครือข่ายแจ้งเตือนภัยรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำแกนหลักขยับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากลัว โดยวัดได้ถึง 13.6 เมตร ซึ่งใกล้จะถึงจุดระดับน้ำวิกฤตของจังหวัดที่กำหนดไว้ ณ ระดับ 14.10 เมตร

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยตัวเลขฝนสะสมในพื้นที่ราบ พบว่าในวันที่ 6 กรกฎาคม อำเภอประจันตคามมีฝนตกชุกถึง 80.2 มิลลิเมตร และในวันที่ 7 กรกฎาคม ที่อำเภอนาดี วัดได้สูงถึง 85.3 มิลลิเมตร ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี จึงได้ออกหนังสือด่วนที่สุดประสานงานตรงไปยังโครงการชลประทาน สถานีอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่เป้าหมายเพื่อรับมือภัยพิบัติฉับพลัน

ในการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดเตรียมความพร้อมในการเปิดระบบแจ้งเตือนภัยขั้นสูงผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือระบบ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อความเตือนภัยตรงเข้าหน้าจอสมาร์ถโฟนของประชาชนในพิกัดเสี่ยงภัยทันที ควบคู่ไปกับการเปิดสัญญาณจากหอเตือนภัยประจำพื้นที่จำนวน 2 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 5 ตำบลบุพราหมณ์ และหมู่ที่ 9 ตำบลนาดี อำเภอนาดี ทั้งนี้ มาตรการเฝ้าระวังทางน้ำได้จับตาพื้นที่จุดเสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากทั้ง 4 เขตหลัก ประกอบด้วย

• เขตเสี่ยงภัยที่ 1: จุดเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากจากน้ำตกวังบ่อหลากลงสู่ลำรางบ้านขอนขวาง เสี่ยงท่วมผิวจราจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 33 บริเวณหมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 13 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี มีกำนันอรรถรส และผู้ใหญ่บ้านทองรักษ์ เป็นแกนหลักประสานงาน

• เขตเสี่ยงภัยที่ 2: จุดเสี่ยงน้ำป่าหลากจากน้ำตกธารทิพย์และคลองช้างคลาน ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลโพธิ์งาม และหมู่ที่ 5, 8, 10 ตำบลหนองแก้ว อำเภอประจันตคาม มีกำนันธงชัย ทำหน้าที่เป็นมิสเตอร์เตือนภัยประจำพื้นที่

• เขตเสี่ยงภัยที่ 3: จุดเสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากจากน้ำตกตะคร้อไหลลงคลองประจันตคาม ควบคุมโดย ปตรวจ.บุฝ้าย กำหนดจุดวิกฤติอยู่ที่ระดับ +14 เมตร คาดกระทบพื้นที่หมู่ที่ 3, 7, 8, 9, 10, 13 ตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม มีนายประเสริฐ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำ ชป.ปจ. ร่วมกับนายศิริพงษ์ หัวหน้า ปภ.อบต.บุฝ้าย คอยตรวจสอบระดับน้ำ

• เขตเสี่ยงภัยที่ 4: จุดตัดมวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน หลากลงสู่คลองยาง ท่วมพื้นที่หมู่ที่ 1, 2, 3, 5, 6, 8, 10 ตำบลทับลาน และหมู่ที่ 1, 3, 4, 9 ตำบลนาดี อำเภอนาดี มีผู้ใหญ่บ้านดอม (ดูแลหอเตือนภัย) และกำนันสุรศักดิ์ เป็นผู้ประสานงานหลัก

ปัจจุบัน สำนักงาน ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำการซักซ้อมการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมนำเรียนเสนอต่อ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในการพิจารณาสั่งการปล่อยสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตแบบเรียลไทม์ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ปภ.ปราจีนบุรี โทร. 037-454420 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ว่าพายุ “ไมสัก” จะสร้างความตึงเครียดในพื้นที่ราบลุ่ม แต่ในมุมของภาคการท่องเที่ยว มวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่หลากลงสู่คลองใสใหญ่ กลับส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยนายดำริห์ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี และประธานที่ปรึกษาสมาคมท่องเที่ยวปราจีนบุรี ในฐานะผู้ประกอบการสวนศักดิ์สุภารีสอร์ท เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุลูกนี้ทำให้ระดับน้ำสำหรับการทำกิจกรรมล่องแก่งเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมและพร้อมเปิดให้บริการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการเริ่มต้นฤดูกาลล่องแก่งหินเพิงประจำปีนี้

นายดำริห์ ระบุว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการล่องแก่งในพื้นที่ที่พร้อมเปิดให้บริการร่วมกันจำนวน 5 ราย โดยในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชุดแรกจากกรุงเทพมหานครเดินทางเข้ามาลงเรือยางล่องแก่งจำนวนประมาณ 4-5 ลำเรือ ซึ่งถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มบุกเบิกของปี ในส่วนของความปลอดภัยและสภาพความพร้อมของกระแสน้ำ ปัจจุบันระดับน้ำในแก่งหินเพิงมีความแรงและระดับความท้าทายอยู่ที่ “ระดับ 4” (Class 4) 

ซึ่งหมายถึงกระแสน้ำมีความรุนแรงในระดับปานกลาง มีแก่งหินและโขดหินโผล่ขึ้นมาสลับเป็นช่วง ๆ รวมถึงมีจุดที่สร้างความตื่นเต้นท้าทายอย่าง "แก่งปากเสือ" ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือยางผ่านไปได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ หากระดับน้ำลดลงมาเล็กน้อยจะอยู่ที่ระดับ 3 ถึง 3.5 ซึ่งยังคงสร้างความสนุกสนานได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำโดยรวมในอำเภอนาดีขณะนี้ยังคงเป็นปกติ ปริมาณน้ำจึงยังไม่ได้หนาแน่นจนเกินไปจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบนอก

นายดำริห์ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอต่อการล่องแก่ง ทางผู้ประกอบการได้มีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยการนำกิจกรรมขับรถเอทีวี (ATV) เข้าไปทดแทน ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเล่นน้ำและพายเรือในจุดที่ปลอดภัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามายังจังหวัดปราจีนบุรีมากขึ้น ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับผู้ประกอบการ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทำกิจกรรม ณ สวนศักดิ์สุภารีสอร์ท ภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 นี้ จะได้รับสิทธิ์โปรโมชั่นลดราคา 50% สำหรับการใช้บริการรถเอทีวี (ATV) รุ่นใหม่แกะกล่องที่ทางรีสอร์ทสั่งเข้ามาเสริมทัพบริการจำนวน 10 คัน

"อยากจะขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ช่วงนี้ระดับน้ำสำหรับการล่องแก่งหินเพิงมีความพร้อมและสนุกสนานมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายในกลุ่มแรก ๆ ของปี เนื่องจากปีนี้มีสภาวะอากาศแบบซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในระยะยาวได้ ดังนั้นหากช่วงใดที่น้ำมีความพร้อมและปลอดภัย ก็ควรรีบเดินทางมาสัมผัสความสนุกสนานทันที" นายดำริห์ กล่าวทิ้งท้าย

###  มานิตย์  สนับบุญ 081 -5583238 / ปราจีนบุรี ###