กะเพราขาดตลาด! ‘ลุยขยาย 3 สายพันธุ์’หนุนเกษตรกรปลูกขายรายได้งาม


ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง ขยายแปลงปลูกกะเพรา 3 สายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ใบเล็ก ใบใหญ่และกะเพราแดง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและกลุ่มร้านอาหารที่ทำเมนูผัดกะเพรา เมนูง่าย ๆ รสชาติเผ็ดร้อน หรือที่คนไทยเรียกว่าเมนูสิ้นคิด หลังกะเพราหายากขึ้น แพงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง
ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง นางวรรณา พรหมบุญทอง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนักวิชาการเกษตรฯ เร่งขยายพันธุ์ต้นกะเพราจำนวน 3 สายพันธุ์คือ กะเพราเขียวใบเล็ก ใบใหญ่และกะเพราแดง บนเนื้อที่ปลูกประมาณ 1 ไร่ เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์แจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นำไปปลูกเป็นการสร้างรายได้เสริมบนที่ดินว่างข้างบ้าน หลังกะเพราในท้องตลาดมีราคาแพงขึ้น และหายากมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งของทุกปี
กะเพราทั้ง 3 สายพันธุ์ใช้เวลาประมาณ 60-90 วันก็สามารถตัดใบขายได้ ในราคากิโลละ 60-80 บาทหรือมัดละ 10 บาท ส่วนกะเพราแดงราคากิโลละ 100 บาท เพราะเป็นกะเพราที่หายาก ให้รสชาติที่เผ็ดร้อนและหอมกว่ากะเพราเขียว แต่สรรพคุณเหมือนกันคือ มีส่วนประกอบของสมุนไพรในตำรับยาไทยหลายชนิด ช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ป้องกันอาการหวัด ขับลมในกระเพาะ แก้จุกเสียด ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวในเนื้อสัตว์ ช่วยละระดับไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ใบกะเพราใช้ขยี้ผสมน้ำ ไล่กำจัดแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ ได้
แม้ว่ากะเพราจะเป็นเมนูสิ้นคิด นึกไม่ออกบอกกะเพราไว้ก่อน แต่ด้วยรสชาติที่หอม อร่อย จึงทำให้กะเพรายังเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก ปลูกครั้งเดียวก็สามารถตัดกิ่งปักชำ เพื่อขยายพันธุ์และขายได้ตลอดทั้งปี แต่ด้วยพื้นที่ทำการเกษตรลดลง ประกอบกับคนรุ่นใหม่ไม่สนใจปลูกกะเพรา จึงทำให้กะเพรามักจะขาดตลาดและมีราคาแพงขึ้น ทั้งที่เป็นพืชปลูกง่าย ตายยาก หมั่นรดน้ำ ใส่ปุ๋ยคอกทุก ๆ 7 วัน ก็ทำให้กะเพราเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังไม่มีโรคและแมลงรบกวน เพราะกะเพราเป็นพืชที่มีรสฉุน แมลงไม่ชอบ ส่วนเกษตรกรรายใดสนใจ ติดต่อขอรับเมล็ดพันธุ์ได้ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง ในวันและเวลาราชการ
ขณะที่ นางวรรณา พรหมบุญทอง ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธ์พืชที่ จ.ตรัง กล่าวว่า กะเพราที่ปลูกมี 3 สายพันธุ์คือกะเพราเขียวใบเล็ก ใบใหญ่และกะเพราแดง เพื่อทดสอบสาระสำคัญที่มีสรรพคุณทางยาว่าสายพันธุ์ไหนดีที่สุด อีกจุดประสงค์หนี่งคือปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้สนับสนุนเกษตรกรที่มีความต้องการเอากะเพราไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือปลูกเพื่อส่งขายเป็นรายได้ เพราะเดี๋ยวนี้กะเพราก็มีหลายเมนูอาหาร เช่น ผัดกะเพราเนื้อหมู ผัดเผ็ด แกงเลียงหรือแกงอะไรก็มีกะเพราเป็นส่วนผสมค่อนข้างเยอะ
แต่ปัญหาคือที่ปลูกเป็นเชิงการค้าจะไม่ค่อยมี เราจึงส่งเสริมโดยจัดทำเป็นการผลิตเมล็ดพันธุ์ และจะสนับสนุนให้ไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนก่อน ถ้าต่อยอดไปปลูกเพื่อการค้าก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้