"ส.ส.เต้ พระราม 7" ลุยบ้านวาเล่ย์ เก็บข้อมูลกรณีเครื่องบินมิก29 ของเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทย

"ส.ส.เต้  พระราม 7" ลุยบ้านวาเล่ย์ เก็บข้อมูลกรณีเครื่องบินมิก29 ของเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทย
ad1






ad1

ad1

ad1

ตาก-"ส.ส.เต้  พระราม 7" ลุยบ้านวาเล่ย์ เก็บข้อมูลเพื่อเชิญผบ.ทบ.และผบ.ทอ. แม่ทัพภาค 3 ไปชี้แจง ซัดอย่าทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์   โฆษกกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ (สส.เต้ 007 หรือเต้ พระราม 7.) พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อไปเก็บข้อมูล กรณีกองทัพเมียนมา  ส่งเครื่องบินมิก 29. ที่บินล้ำน่านฟ้าไทยในพื้นที่บ้านวาเล่ย์เหนือ และวาเล่ย์ใต้ ตำบลวาเล่ย์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีนายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอพบพระ และนางอมรรัตน์ พรหมขัติแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวาเล่ย์  พร้อมด้วยคณะครู และนักเรียนให้การต้อนรับ

โดยทางนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์   โฆษกกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามข้อมูลเรื่องราวที่เกิดขึ้น และความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ต่างๆจากนั้นได้แจกไอครีมให้กับนักเรียน พร้อมกับให้กำลังทุกคน

นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ กล่าวว่า ในส่วนกองทัพภาคที่ 3 ได้จับเรด้าร์ว่า มีเครื่องบินสัญชาติเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทยกี่โมง มีการบันทึกไว้หรือไม่ หลังการบันทึกแล้วมีการรายงานตามระบบการบังคับบัญชาในส่วนของกองทัพบกอย่างไร และระหว่างกองทัพบก กับ กองทัพอากาศมีการรายงานเป็นอย่างไร มีการสั่งไปที่กองบินตาคลี กองบิน 6 มีการบังคับให้บินอนุมัติกี่โมง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำไทยกับผู้นำเมียนมานั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเป็นรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องการทหารในฝั่งของเมียนมา ไทยต้องวางเป็นกลาง ถ้าเข้าข้างฝ่ายใด ก็จะต้องรบกับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะไทยต้องวางตัวกลาง เพื่อปกป้องประชาชนไทย

นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์   โฆษกกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวอีกว่า ต้องขอความกรุณาเชิญ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่3 ไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับคณะกรรมาธิการทหารเพื่อจะได้รู้ข้อบกพร่องจุดไหนอย่างไร และหาคนรับผิดชอบ ส่วนสถานการณ์สู้รบน่าจะมีการสู้รบอีกยาวนานก็จะเกิดผลกระทบกับฝ่ายไทย จึงอยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการโดยสพฐ.ดูแลเรื่องบประมาณในการสร้างหลุมหลบภัยมาตรฐานให้นักเรียนด้วย เพราะการที่มีมิก29 ล้ำน่านฟ้าไทยมาได้ ถือว่า ไม่ปลอดภัย จึงฝากไปยังพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้าสามารถแก้ไขแปรญัตติงบประมาณในวาระ2ได้ ก็อยากจะให้สร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่โรงเรียนตามแนวแดน อ.พบพระทั้งหมด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพบปะคณะครู และนักเรียนแล้ว ได้เดินทางต่อไปดูผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ณ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบ้านในพื้นที่บ้านวาเล่ย์  และไปบ้านเรือนราษฎรไทยที่ถูกสะเก็ดระเบิด 3 หลัง ที่บ้านหมื่นฤาชัย ตำบลพบพระ จากนั้นจึงเดินทางกลับ