นายกฯแถลงเปิดประเทศ 1 พ.ย. ต้อนรับชาวต่างชาติเข้าประเทศไม่กักตัว ฉีดวัคซีนครบ แค่ตรวจRT-PCR, 1 ธ.ค. ให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้-โวไทยเป็น 1 ในประเทศแรกๆ ในโลกที่รับมือกับโควิด-19 อย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด

นายกฯแถลงเปิดประเทศ

นายกฯแถลงเปิดประเทศ 1 พ.ย. ต้อนรับชาวต่างชาติเข้าประเทศไม่กักตัว  ฉีดวัคซีนครบ แค่ตรวจRT-PCR,  1 ธ.ค. ให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้-โวไทยเป็น 1 ในประเทศแรกๆ ในโลกที่รับมือกับโควิด-19 อย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด





ad1

ad1

11 ต.ค. 2564  พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ในประเด็นที่สำคัญดังนี้ว่า


 
1. “ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวสำคัญของไทย ค่อยๆ เริ่มอนุญาตให้ประชาชนของเค้า เดินทางได้โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากมากมาย… ความคืบหน้าแบบนี้ ประเทศไทยเอง แม้ยังต้องระวัง แต่ก็ต้องเดินหน้าให้ไว เพื่อไม่ให้เสียโอกาส อย่างน้อยเราจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวมาได้บ้าง ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยววันหยุดสิ้นปี 3 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนนับล้านๆ คน ในภาคการท่องเที่ยว การเดินทาง ธุรกิจพักผ่อนหย่อนใจและบันเทิง รวมถึงภาคธุรกิจอื่นอีกมากมายที่เกี่ยวข้อง”
 
2. “ผมได้สั่งการเร่งให้พิจารณา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าไทยโดยทางอากาศ โดยมาจากประเทศที่เรากำหนดว่า เป็นประเทศความเสี่ยงต่ำ ขอเพียงแค่ เมื่อเดินทางเข้าไทย ทุกคนต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลเป็นลบ ซึ่งตรวจก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง และจะมีการตรวจอีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยเบื้องต้น เราเริ่มต้นกำหนดรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำ ไว้ที่อย่างน้อย 10 ประเทศ ซึ่งรวมประเทศอย่างเช่น อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน และอเมริกา โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนประเทศให้มากขึ้นอีก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม และหลังจากนั้น ภายในวันที่ 1 มกราคม เราจะเพิ่มจำนวนประเทศให้มากขึ้นอย่างกว้างขวาง”
 
3. “ภายในวันที่ 1 ธันวาคม เราจะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในร้านอาหารได้ และจะพิจารณาอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสถานบันเทิง เปิดให้บริการได้”
 
4. “ผมขอชื่นชมความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ของเจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานส่วนงานอื่นๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน สำหรับความร่วมมือของทุกท่าน ที่ตอบสนองต่อคำร้องขอของผม เมื่อเดือนมิถุนายน ในการเตรียมพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวให้ได้ ภายใน 120 วัน”
 
• “หลังจากที่เราตั้งเป้า 120 วัน ได้มีความพยายามอย่างเต็มที่ทุกวิถีทางเพื่อจัดหาวัคซีนมาให้ได้เพิ่มมากขึ้น การรับส่งมอบวัคซีนของประเทศไทย เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ถึง 3 เท่าทันที จากที่เดือนพฤษภาคม เราได้รับส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดส กลายเป็น เราได้รับส่งมอบวัคซีน ถึง 12 ล้านโดสในเดือนกรกฎาคม และได้รับส่งมอบวัคซีน อีกถึงเกือบ 14 ล้านโดสในเดือนสิงหาคม และวันนี้ เราจะได้รับส่งมอบวัคซีนเข้าประเทศ ถึงมากกว่า 20 ล้านโดสต่อเดือนไปจนถึงสิ้นปี รวมเป็นวัคซีนมากกว่า 170 ล้านโดส เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้อย่างมาก”
 
• “ในขณะเดียวกัน เพื่อที่จะสนับสนุนเป้าหมาย 120 วัน เจ้าหน้าที่และบุคลากรสาธารณสุขได้ทำงานกันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย เร่งฉีดวัคซีน รวมทั้งพี่น้องประชาชน ต่างก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ ในการลงทะเบียนรับฉีดวัคซีน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ จากเดิมที่เราฉีดวัคซีนได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 โดสต่อวัน เมื่อเดือนพฤษภาคม จำนวนการฉีดวัคซีนต่อวันของไทย พุ่งขึ้นทันที ทีมสาธารณสุขของไทย ดันยอดการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และดันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลก ปัจจุบัน เฉลี่ยแล้ว เราฉีดวัคซีนได้มากกว่า 700,000 โดสต่อวัน และในบางวัน ฉีดได้มากกว่านั้นอีกมาก”
 
5. “…ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ในโลกที่ลงมือดำเนินการรับมือกับโควิด-19 อย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด และด้วยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในสังคม เผชิญหน้ากับวิกฤตที่เกิดขึ้น วันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน”