เขาใหญ่เฝ้าระวังขั้นสูงสุด! พิษ "ไมสัก" ดันฝนสะสมทะลุ 730 มม. เขื่อนตะค้อเร่งระบายหนีน้ำท่วม—นาดีพลิกวิกฤตเปิดเทศกาลล่องแก่งหินเพิงได้พลัน

เขาใหญ่เฝ้าระวังขั้นสูงสุด! พิษ "ไมสัก" ดันฝนสะสมทะลุ 730 มม. เขื่อนตะค้อเร่งระบายหนีน้ำท่วม—นาดีพลิกวิกฤตเปิดเทศกาลล่องแก่งหินเพิงได้พลัน





Image
ad1

ปราจีนบุรี — อิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อน "ไมสัก" (MAYSAK) ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนกระจายทั่วทั้งจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่ามรดกโลก ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากหลั่งลงสู่พื้นที่ราบลุ่มตอนล่างฝั่งอำเภอประจันตคามอย่างรวดเร็ว กระทบพื้นที่เกษตรกรรมและเส้นทางคมนาคมบางส่วน ขณะที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งระดมกำลังยกระดับมาตรการเตือนภัยและบริหารจัดการน้ำเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี    นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยสถานการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมรวมทั่วทั้งผืนป่าพุ่งสูงถึง 730.7 มิลลิเมตร (มม.) โดยจุดวัดน้ำฝนบนพื้นที่ยอดเขาสูง ณ สถานีอุตุนิยมวิทยาอุทยานนครนายก (เขาเขียว) วัดปริมาณฝนได้สูงสุดถึง 96.8 มม. ขณะที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ ขญ.9 (ใสใหญ่) วัดได้ 83.0 มม. และ ขญ.20 (น้ำตกเหวนรก) วัดได้ 80.0 มม. ส่งผลให้มวลน้ำป่าจากเทือกเขาสูงสะสมพลังงานและหลากลงสู่ลำห้วยสายหลักทางตอนล่าง

ล่าสุดมีรายงานว่า มวลน้ำป่าได้หลากเข้าท่วมเส้นทางสัญจรเข้าสู่ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ประจันตคาม) บริเวณบ้านตะคร้อเหนือ หมู่ 7 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม เป็นระยะทางยาวกว่า 50 เมตร โดยระดับน้ำท่วมสูงกว่า 20 เซนติเมตร และกระแสน้ำยังไหลเอ่อเข้าท่วมบริเวณลานจอดรถของน้ำตกตะค้อ ส่งผลให้อุทยานฯ ต้องประกาศปิดให้บริการน้ำตกดังกล่าวเป็นการชั่วคราวอย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ทุกจุดเฝ้าระวังและตรวจวัดระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมจะประกาศ "ปิดตาย" พื้นที่ท่องเที่ยวทันทีหากประเมินว่ามีความเสี่ยงอันตรายฉับพลัน

ทางด้านชุมชนใต้เขื่อน นางจุฑารัตน์ เคนรัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านตะค้อใต้ ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักตลอดคืนทำให้น้ำเหนือเขื่อนรับน้ำป่าจากเขาใหญ่ในปริมาณมหาศาล กระแสน้ำล้นตลิ่งธรรมชาติเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร สวนผลไม้ และสวนทุเรียนที่อยู่ติดทางน้ำ รวมถึงเริ่มหลากเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านต้องตื่นมาช่วยกันขนย้ายสิ่งของมีค่าหนีน้ำขึ้นที่สูงตั้งแต่เช้าตรู่

จากสถานการณ์น้ำหนุนเฉียบพลันดังกล่าว ทำให้เขื่อนตะค้อต้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน โดยทำการเปิดบานประตูระบายน้ำพร้อมกันทั้ง 3 บาน ยกบานประตูขึ้นที่ระดับ 1 เมตร เพื่อเร่งพร่องน้ำลงสู่คลองประจันตคามด้านล่างรองรับมวลน้ำป่าระลอกใหม่ พร้อมระดมแจ้งเตือนภัยผ่านกลุ่มไลน์และเปิดไซเรนเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่ บ้านนามูล, บ้านนาแขม, บ้านท่าเรือ และบ้านวังกวาง ให้เตรียมพร้อมรับมือในระยะ 24 ชั่วโมงนี้

ขณะที่ จ่าเอก ไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอประจันตคาม ได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์บริเวณหน้าประตูระบายน้ำด้วยตนเอง พร้อมระบุถึงปัญหาการควบคุมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ชลประทานอยู่ประจำการ จนทำให้ปริมาณน้ำสะสมสูงเกือบขั้นวิกฤตก่อนจะมีการเปิดระบายในช่วงเช้า

โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอำเภอประจันตคามได้เรียกประชุมด่วนทุกภาคส่วนร่วมกับหน่วยงานชลประทาน เพื่อจี้ให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำการเฝ้าประตูน้ำตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด พร้อมเผยแนวคิดกระจายอำนาจให้ผู้ใหญ่บ้านในท้องถิ่นสามารถสั่งการเปิด-ปิดประตูน้ำได้เองทันทีในกรณีฉุกเฉิน และจะบังคับใช้ "มาตรการเฉลี่ยน้ำ" เพื่อกระจายมวลน้ำลงสู่ลำคลองสายต่างๆ อย่างเท่าเทียม ไม่ให้ทางน้ำสายใดสายหนึ่งรับภาระน้ำมากเกินไปจนตลิ่งพังทลาย

ด้าน นายสามารถ โพธิ์ทอง กำนันตำบลบุฝ้าย ได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนล่าสุดเมื่อเวลา 16.35 น. ว่า มวลน้ำดังกล่าวเป็นลักษณะน้ำหลากจากบนภูเขาที่มาเร็วและระบายได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำคลองประจันตคามด้านล่างรวมถึงปริมาณน้ำในทุ่งนายังมีปริมาณน้อย ล่าสุดระดับน้ำที่เคยท่วมขังบริเวณทางเข้าหน่วยพิทักษ์ฯ และลานจอดรถน้ำตกตะค้อได้แห้งสนิทกลับสู่ภาวะปกติ 100% แล้ว แต่ทีมงานผู้นำท้องถิ่นยังคงไม่ประมาท สั่งจับตาหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยงริมคลองส่งน้ำจำนวน 6 หมู่บ้านอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า แม้พื้นที่ราบลุ่มตอนล่างจะประสบปัญหาน้ำหลากระยะสั้นๆ แต่ในมุมกลับกัน อิทธิพลของพายุไมสักได้ส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อภาคการท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยช่วยเติมเต็มลำน้ำคลองใสใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอนาดี ที่เคยแห้งขอดให้กลับมามีกระแสน้ำเชี่ยวอีกครั้ง

นายบุญเลื่อน แสนโครต หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ ขญ.9 (แก่งหินเพิง) ได้ประกาศข่าวดีระบุว่า ปริมาณน้ำฝนที่สะสมจากต้นน้ำได้ช่วยผลักดันให้ระดับน้ำที่แก่งหินเพิงขยับขึ้นมาอยู่ที่ "ระดับ 3" ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นที่สวยงาม ปลอดภัย และเพียงพอสำหรับการเปิดร่องน้ำธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวผจญภัย "ล่องแก่งหินเพิง" ประจำปีนี้ได้ในทันที ยอมรับว่าปีนี้น้ำมาเร็วกว่าทุกปี ซึ่งจะช่วยขยายโอกาส กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนักท่องเที่ยวสามารถโทรศัพท์สอบถามสภาพน้ำล่วงหน้าได้ที่หน่วย ขญ.9 เบอร์ 087-250-3381

ขณะที่สถานการณ์ในแม่น้ำปราจีนบุรี ย่านชุมชนเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี พบว่าระดับน้ำยังอยู่ในระดับปกติ ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2-3 เมตร แต่มีปัญหาอุปสรรคคือมีผักตบชวาหนาแน่นเต็มลำน้ำในขณะนี้

ล่าสุดเวลา 18.15 น. ว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (ปภ.จว.ปราจีนบุรี) เปิดเผยรายงานสถานการณ์สาธารณภัยประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรียังคงมีแนวโน้มเจอฝนฟ้าคะนองสูงถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ จากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเพื่อนบ้านตอนบน และพายุดีเปรสชัน “ไมสัก” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังปานกลาง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

สำหรับสถิติน้ำฝนสะสมรายอำเภอในรอบวันที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนเกิน 50 มิลลิเมตร (มม.) มีดังนี้:

• อ.ประจันตคาม: วัดได้ 80.2 มม. (สูงสุดในจังหวัด)

• อ.กบินทร์บุรี: วัดได้ 54.0 มม.

• อ.นาดี: วัดได้ 52.1 มม.

• อ.เมืองปราจีนบุรี: วัดได้ 43.6 มม.

• อ.ศรีมหาโพธิ: วัดได้ 10.5 มม.

• อ.ศรีมโหสถ: วัดได้ 3.0 มม.

• อ.บ้านสร้าง: วัดได้ 1.5 มม. (น้อยที่สุดในจังหวัด)

ส่วนการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญของจังหวัด ปัจจุบันยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติม โดยอ่างฯ ทับลาน มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 55.16, อ่างฯ เขาอีโต้ 2 อยู่ที่ร้อยละ 47.09, อ่างฯ คลองไม้ปล้อง อยู่ที่ร้อยละ 29.42, อ่างฯ นฤบดินทรจินดา อยู่ที่ร้อยละ 22.73 และอ่างฯ เขาอีโต้ 1 อยู่ที่ร้อยละ 17.81 โดยในภาพรวมขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์สาธารณภัยร้ายแรงรุนแรง

แต่ทาง ปภ.จังหวัด ยังคงประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย โทร. 1784 ได้ทันที

###   มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี ###