DSI สั่งสอบสวนแยก 3 คดี ปมตึกสตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว


อธิบดี DSI สั่งสอบสวนเป็นคดีพิเศษ 3 ฐานความผิด นอมินี ขยายผลเรื่อง มอก. และฮั้วประมูล กรณีอาคาร สตง. ที่กำลังก่อสร้างถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว
วันนี้ (วันพุธที่ 2 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภคและโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณี อาคารสำนักงานอาคารตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ความสูง 30 ชั้น มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท ที่กำลังก่อสร้างถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว เป็นคดีพิเศษ ณ บริเวณหน้าห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ
พันตำรวจตรี ยุทธนาฯ เปิดเผยว่า “ภายหลังจากเมื่อวานนี้ที่มีการประชุมมอบหมายภารกิจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างถล่ม ขณะนี้ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับคดีพิเศษ ในประเด็นเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากพบข้อเท็จจริงว่ากรรมการของนิติบุคคลของบริษัท china railway number 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีการจดทะเบียนเป็นกิจการร่วมค้าฯ กับนิติบุคคลของประเทศไทย ในนามกิจการร่วมค้า itd-crec
และเข้าเป็นคู่สัญญาในการก่อสร้างนั้น มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้น ร้อยละ 51 ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบุคคลสัญชาติไทยดังกล่าวจำนวน 3 คน มีการเข้าไปเป็นกรรมการและถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ ร้อยละ 51 ร่วมกับนิติบุคคลต่างชาติอีกเป็นจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับสถานะทางเศรษฐกิจของแต่ละคน จึงมีเหตุที่จำเป็นต้องทำการสอบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เป็นกรณีถือหุ้นหรือทุนแทนนิติบุคคลต่างชาติ ซึ่งจะทำให้นิติบุคคลดังกล่าวมีฐานะเป็นคนต่างด้าว ตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามดำเนินธุรกิจการก่อสร้าง
รวมทั้งขยายผลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ว่าเข้าข่ายความผิดทำให้เกิดการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม และมีการนำวัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมาใช้ในการดำเนินการหรือไม่ต่อไป ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะมีการประชุมกำหนดแนวทางและประเด็นการสอบสวนโดยด่วนต่อไป”