ไทย - ซาอุฯ ฟื้นสัมพันธ์ศิษย์เก่ารวมพลังหวังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติทั้งสองฝ่าย

ไทย - ซาอุฯ ฟื้นสัมพันธ์ศิษย์เก่ารวมพลังหวังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติทั้งสองฝ่าย



ad1

สมาคมศิษย์เก่าซาอุดิอาระเบียในประเทศไทย จัดงาน “พบปะศิษย์เก่าซาอุดิอาระเบีย ครั้งที่ 2” ภาคกลางและภาคตะวันออก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:00 น. ณ โรงแรมอัลมีรอซ  โดยได้รับเกียรติจากเชคนาศิร บิน อีด อัสซัลมาน ผู้อำนวยการสํานักงานที่ปรึกษากิจการอิสลาม สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจําประเทศไทย อาจารย์อรุณ บุญชม ผู้แทนจุฬาราชมนตรี นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและแขกผู้มีเกียรติกว่า 130 คน

ผศ.ดร. อับดุลเลาะห์ หนุ่มสุข อุปนายกสมาคมฯ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และกล่าวรายงานการขับเคลื่อนสมาคมศิษย์เก่าซาอุดิอาระเบียในประเทศไทย เเละจุดประสงค์ของการตั้งสมาคมขึ้น โดยมี อาจารย์อรุณ บุญชม ในฐานะผู้เเทนของท่านจุฬาราชมนตรี กล่าวเปิดงาน โดยท่านได้กล่าวว่า “การพบปะครั้งนี้บ่งบอกถึงการให้ความสำคัญของประเทศซาอุดีอาระเบีย ต่อการเผยแผ่ศาสนา และเอาใจใส่กับการเผยแผ่ศาสนาของศิษย์เก่าซาอุดิอาระเบีย ท่ามกลางสังคมที่หลากหลาย จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ศิษย์เก่าทำงานอย่างมีความรอบคอบในการใช้หลักการอิสลามที่มีความเรียบง่าย และตอบคำถามที่สร้างความคลุมเครือกับหลักการอิสลาม”

เชคนาศิร บิน อีด อัสซัลมาน ผู้อำนวยการสํานักงานที่ปรึกษากิจการอิสลาม จากสถานทูตซาอุดีอาระเบีย ประจําประเทศไทย ได้กล่าวตอกยํ้าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเเละมั่นคง ระหว่างประเทศไทยเเละประเทศซาอุดีอารเบียได้เป็นอย่างดี โดย ฯพณฯ เชคอับดุลลาตีฟ อาลุชเชค รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนา เเละ ฯพณฯ เชคอับดุรเราะห์มาน อัซซุฮัยบานี่ เอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย ได้ส่งความปราถนาดีและขอพรให้แก่ผู้มาร่วมงานทุกท่านให้ประสบความสำเร็จในการจัดงานพบปะกันในครั้งนี้

 รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี่ จะปะกียา นายกสมาคมศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยในประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวปาฐกถามีใจความว่า “เราส่งเสริมการทำงานแบบการเป็นประชาชาติที่ดีที่สุด เพื่อเอาคนออกจากความมืดสิ่งที่ไม่ดีงาม สู่รัศมีแห่งความศรัทธา และเน้นย้ำถึงการให้ความช่วยเหลือของประเทศซาอุดิอาราเบีย ตั้งเเต่ในยุคการปกครองของกษัตริย์ ไฟซอล บินอับดุลอาซีส ต่อมาในยุคกษัตริย์คอลิด, กษัตริย์ฟาฮัด, กษัตริย์อับดุลเลาะห์, กษัตริย์ซัลมาน พร้อมมกุฎราชกุมาร ฯพณฯ เจ้าชายมูฮัมหมัด บินซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบีย

นอกจากนี้ภายในงานได้มีการจัดการเสวนาการขับเคลื่อนของศิษย์เก่าเพื่อนำความรู้จากการได้รับทุนการศึกษารัฐบาลซาอุดิอาระเบีย มาปรับใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม และประเทศชาติในทุกมิติ โดยมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ อ.อรุณ บุญชม เรื่อง “หลักการอิสลามเกี่ยวกับเรื่องการเงิน การลงทุน ที่ท่านได้เรียนรู้เพื่อมาขับเคลื่อนประเทศไทย อ.อับดุลฆอนี บุญมาเลิศ ได้พูดเน้นเรื่องการปฏิบัติตามหลักการอิสลามและไม่ทำทำตามใจตัวเองละเมิดศิลธรรมอันดีงาม อ.ชัช หะซาเล็ม เรื่อง “การที่ท่านได้มีโอกาสในการไปเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชน” เพื่อธรรมรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในสังคม

อนึ่ง สมาคมฯได้รับการจดทะเบียนเมื่อ 31 พ.ค.2564 และได้มีการจัดสัมมนาพบปะระหว่างศิษย์เก่าใน 4 ภูมิภาคตามลำดับ คือ  ภาคใต้ตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางและตะวันออก ทางสมาคมฯขอขอบคุณสำนักงานที่ปรึกษากิจการอิสลามสถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนการจัดสัมมนา และขอบคุณกรรมการบริหารสมาคมฯและศิษย์เก่าทุกท่านที่เข้าร่วมสัมมนาและลงทะเบียนในระบบการเป็นสมาชิก  การมีสมาคมฯจะทำให้ศิษย์เก่า ทุกคนใกล้ชิดกัน สามารถทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายสู่เป้าหมายที่ดีงาม

ช่วงสุดท้าย อาจารย์ ประสาน ศรีเจริญ รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ให้โอวาทกับศิษย์เก่าทุกท่านในการเอาใจใส่กับการทำงานศาสนา ให้มีการทำงานร่วมกัน และให้รู้ว่ากิจกรรมของเราเป็นกิจกรรมที่หลากหลายโดยท่านอาจารย์ได้แนะนำให้ทุกท่านได้รู้ว่า ก่อนที่เราจะลงพื้นที่เราต้องรู้พื้นที่ด้วย สังคมเวลานี้ในโลกใบนี้มีคนที่ไม่เข้าใจอิสลามหนักขึ้น คนไม่รู้ กับคนที่มีอคติ และไม่เข้าใจเจตนารมณ์แห่งอัลอิสลาม เราต้องไม่โทษที่มีความเข้าใจผิด แต่ต้องโทษว่าเราไม่สามารถพูดให้เขาเข้าใจได้พร้อมกับบอกกับเราให้เราได้รู้ส่วนที่นักเผยแผ่มักจะขาด นั้นก็คือขาดการร่วมมือกันในการทำงานอย่างเป็นปึกแผ่น

อาจารย์สราวุธ และซัน รองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกริก ในฐานะเลขานุการในการจัดงานครั้งนี้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย.2565 เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้รับเชิญมาเป็นแขกพิเศษของการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค APEC 2022 THAILAND โดยจะมีการลงนามความร่วมมือทั้งสองประเทศเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย และซาอุดีอาระเบีย   จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่

1. ข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย 
2. บันทึกความเข้าใจการจัดตั้งสภาความร่วมมือซาอุดี – ไทย 
3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

4. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการลงทุนโดยตรง ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และ
5. บันทึกความเข้าใจระหว่างองค์กรกากับดูแลและต่อต้านการทุจริต ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ณ โถงตึกสันติไมตรี (อ้างอิงจากเฟสบุค Wassana Nanuam)

อย่างไรก็ตามบทบาทและหน้าที่ของศิษย์เก่าที่เคยศึกษาและได้รับโอกาสทุนการศึกษาจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย อีกทั้งยังเคยสัมผัสวัฒนกรรมและวิถีชีวิตของประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นอย่างดี ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับความสัมพันธ์ และขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติสู่การบรรลุเป้าหมาย อันจะเกิดผลดีกับประชาชนทั้งสองฝ่ายในภาพรวมอย่างแน่นอน