ลากคอ 24 ชาวเจ๊ก-ชาวไทย "แก๊งค์โรแมนซ์สแกม" หลอกเงินชาวญี่ปุ่น

แก๊งค์โรแมนซ์สแกม

ลากคอ 24 ชาวเจ๊ก-ชาวไทย  "แก๊งค์โรแมนซ์สแกม" หลอกเงินชาวญี่ปุ่น
ad1






ad1

ad1

ad1

19 พ.ค. 2565  ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าจับกุมคนไทยและชาวจีน จำนวน 24 คน เป็นชาย 22 คน หญิง 2 คน ในรีสอร์ต บ้านหนองยาว หมู่ 7 ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยกลุ่มคนทั้งหมด เหมาเช่ารีสอร์ตทั่วทุกพื้นที่เป็นที่ทำงานหลอกลวงชาวญี่ปุ่น สร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมในการสร้างแอปพลิเคชันหาคู่ต่างๆ และแอปพลิเคชันไลน์ ใช้โปร์ไฟล์สาวสวย ที่หามาจากช่องทางไลน์ต่างๆ เพื่อใช้สนทนากับชาวญี่ปุ่น จากนั้นสนทนาหว่านล้อมให้อีกฝ่ายตกหลุมรัก หรือไว้วางใจ และวางกลอุบายให้อีกฝ่ายร่วมลงทุนและให้เปิดบัญชีในแอปพลิเคชันหลอกลวงในการโอนเงิน จนทำให้มีชาวญี่ปุ่นถูกหลอกจำนวนมาก เบื้องต้นถูกดำเนินคดีสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นช่องโจร เพื่อร่วมกันทำงานฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.อ.วิสนุ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการเร่งสืบสวนกวาดล้างกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีเป้าหมายเข้ามาก่ออาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประเทศจากการสืบสวนหาข่าวพบพฤติการณ์คนไทยและคนต่างชาติรวมตัวเช่าที่พักพฤติกรรมน่าสงสัยจึงนำหมายค้นศาลจังหวัดฝาง พร้อมนำทีมชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น โรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบคนไทยและชาวจีน รวม 24 คน เป็นชาย 22 คน และหญิง 2 คน โดยแยกเป็นคนสัญชาติจีน 20 คน นอกนั้นเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่ 4 คน

ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานพร้อมของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 10 เครื่อง จอคอมพ์ 10 จอ ซีพียูคอมพ์ 10 เครื่องและ โทรศัพท์มือถือ 224 เครื่อง ซิมการ์ด 6 อัน และ แฟลซไดร์ฟ 2 อัน ใช้ผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ต

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวอีกว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าจะได้ค่าตอบแทนจากการทำงานดังกล่าว 25,000 – 35,000 บาท ต่อเดือน และมีการเช่าเหมาพักอาศัยในรีสอร์ทที่เกิดเหตุ โดยจะมารวมตัวกันทำงานที่อาคารออฟฟิศด้านหลังที่พักตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และเวลา 12.00 – 17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์

จึงแจ้งข้อกล่าวหา ว่า “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจรเพื่อร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนผู้ต้องหาชาวจีนว่า ” เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด”