3 องค์กรผนึกพลังยื่นสรรพากร เสนอความเห็นภาษีคริปโต-โทเคน

3 องค์กรผนึกพลังยื่นสรรพากร เสนอความเห็นภาษีคริปโต-โทเคน
ad1






ad1

ad1

ad1

3 องค์กร “สมาคมการค้าธุรกิจดิจิทัล” - “พรรคราชสีห์ไทยดี”- “Soanyar Academy” ผนึกพลังยื่นเรื่องกรมสรรพากร เสนอความเห็น “เก็บภาษีคริปโต-โทเคน” หวั่นจัดเก็บจากกำไร หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ส่งผลกระทบก่อผลเสีย 4 ข้อ เสนอทางออกเก็บให้เหมาะสม 1% เท่ากับภาษีขายหุ้น ชูข้อดี 3 ด้าน  

เมื่อวันที่ 26  มกราคม 2565 ที่ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้มีกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล  3องค์กร คือ สมาคมการค้าธุรกิจดิจิทัล พรรคราชสีห์ไทยดี และ Soanyar Academy ได้เดินทางมายื่นเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการคำนวณภาษีคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เนื่องจากมีความคิดเห็นว่า หากภาครัฐดำเนินการจัดเก็บภาษีจากกำไรการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่และโทเคนดิจิทัลไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดผลกระทบและผลเสียหลายด้าน

ทั้งนี้ ทั้ง 3 องค์กร ได้ยื่นจดหมาย โดยมี นายสุรยุทธ กอบกิจพานิชผล เลขานุการกรมสรรพากร เป็นผู้มารับเรื่อง ซึ่งจดหมายดังกล่าว ได้ลงชื่อผู้บริหารทั้ง 3 องค์กร ประกอบด้วย นายรัชนะ เลาหสุวรรณ นายกสมาคมการค้าธุรกิจดิจิทัล ดร.สาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคราชสีห์ไทยดี นางสาวกฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบัน Soanyar Academy โดยระบุเนื้อหาในจดหมายว่า    

“ด้วยสมาคมการค้าธุรกิจดิจิทัล ร่วมกับพรรคราชสีห์ไทยดี สถาบัน Soanyar Academy  และคณะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ได้ประชุมหารือถึงสถานการณ์สกุลเงินดิจิตอลยุคปัจจุบัน ในประเด็นเรื่องการประกาศเรียกเก็บภาษีคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยให้นักลงทุนที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลหากมีกำไรหรือมีผลตอบแทนจากส่วนนี้จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ของกำไรนั้น และได้มีฉันทานุมัติถึงแนวทางออกที่เป็นไปได้ คือเห็นสมควรให้เก็บเท่ากับภาษีรายรับขายหุ้นซึ่งมีการเรียกเก็บเพียง 0.1%” 

โดยชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสมและผลเสียของการจัดเก็บภาษีที่ไม่เหมาะสมดังนี้  ข้อดีที่ได้รับจากการเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ที่เหมาะสมนั้น  มี 3 ข้อ คือ 1.สร้างรายได้ให้กับประเทศ 2.ป้องกันเงินรั่วไหลออกนอกประเทศ 3.ส่งเสริมนวัตกรรมสร้างอาชีพ ตามยุคสมัยการเงินอนาคต ส่วนข้อเสียที่ได้รับจากการเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ที่ไม่เหมาะสม มี 4 ข้อ คือ 1. จัดเก็บภาษีไม่ได้อย่างที่ควร ทำให้ประเทศขาดรายได้ 2.นักลงทุนจะออกไปลงทุนนอกประเทศ 3.เกิดการว่างงาน 4.เกิดการถูกหลอกถูกโกงมากขึ้น