Loading...


"มงคลกิตติ์ "ร่ายยาวเหตุลาออกจากรัฐบาล










หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ย้ำจุดยืนทางการเมืองเป็นฝ่ายค้านอิสระ ลั่น ไม่รับตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายบริหาร แนะ “บิ๊กตู่” แก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก ออกแถลงการณ์ร่ายเหตุผลต้องออกจากรัฐบาล


Loading...

วันที่ 13 ส.ค. 62 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังประกาศว่าวันนี้จะมีการแถลงข่าวออกจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่ง นายมงคลกิตติ์ ได้ระบุถึงจุดยืนทางการเมืองของตนเองและพรรคไทยศรีวิไลย์ 4 ข้อ ดังนี้ 1. ตนเองและผู้บริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายบริหารใดๆ นอกจากตำแหน่งผู้แทนราษฎรที่ประชาชนมอบคะแนนให้ 2. จะใช้สถานะผู้แทนราษฎร รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 77 จังหวัด นำเข้าสู่สภาฯ เพื่อไขปัญหาต่อไป 3. ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง ถึงจะบริหารประเทศต่อไปได้ 4. ยืนยันจะทำหน้าที่เป็น ส.ส.ฝ่ายค้านอิสระ ยืนข้างประชาชนอย่างเต็มความสามารถและสร้างสรรค์ เรื่องที่ถูกต้องสนับสนุน เรื่องที่ไม่ถูกต้องทักท้วง เสนอแนะแนวทางแก้ไข ...



 

 

ทั้งนี้ พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลที่ตัดสินเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคไทยศรีวิไลย์ ต้องการเปิดสวิตช์ประเทศไทยให้ประเทศก้าวสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์ และประเทศชาติเดินหน้าได้, เพื่อเอานโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อให้อำนาจมาตรา 44 หายไป และสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนเหตุผลในการออกจากสถานะฝ่ายรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ ยืนข้างประชาชน คือ 1. การทำงานในสภาในฐานะฝ่ายรัฐบาลที่ไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาลเพราะต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก 2. พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เกียรติกัน ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ กลับสวนทางกันทางนโยบายกันอย่างชัดเจน อาทิ 2.1 เร่งจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท 2.2 แนวคิดหารายเพิ่มของ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยการเพิ่มภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน 67 ล้านคน จะทำให้ค่าครองชีพทุกด้านสูงขึ้น 2.3 การออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ คือ การแจกเงินประชาชนโดยการขาดวินัยทางการเงินการคลัง 2.4 รัฐบาลมีแนวโน้มจะกู้เงิน IMF มาใช้หนี้เงินต้นเดิมจากธนาคารญี่ปุ่น อีกทั้งกู้มาเพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะให้ประเทศไทยต้องขายรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรออกไป 3. ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ต้องให้เรียกร้องถึงจะมาใส่ใจ ซึ่งมันสายไปแล้ว 4. การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่มีการแสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือแก้ไขให้ถูกต้อง





Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ