Loading...


บันทึกยามฝนพรำกับเรื่องพิศดารสาวโปเย










เรื่องและภาพ denprayoon    
ฝนห่าใหญ่สาดใส่หลังคาบ้านดังกรูกราว กระดิ่งหน้าบ้านถูกลมกระชากดังระรัว เสียงลม ฝน และกระดิ่งผสมผสานกันเป็นเสียงชวนพิศวง วูบหนึ่งนั้นทำเอาผมรู้สึกขนลุกซู่ คล้ายได้ยินเสียงสวดในท่วงทำนองประหลาด ผมพยายามจับคลื่นเสียงในอากาศ แล้วถอดสำเนียงของมันออกมาได้แบบชวนหัวว่า โปเยโปโลเย..โปเยโปโลเย..     คำว่าโปเยโปโลเยทำให้นึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเมื่อหลายปีมาแล้ว เป็นหนังผีที่สร้างความตื่นกลัว ขณะเดียวกันก็วาบหวามอารมณ์ดีเหลือเกิน ภาพผีสาวในเรื่องยังตราตรึงอยู่เช่นนั้น       เสียงกระดิ่งและลมฝนแผ่วจาง ผมหลับตา จินตภาพในหนังผีที่เคยดูเมื่อสมัยแตกวัยหนุ่มปรากฏขึ้นต่อหน้า..     ภายนอกบ้านร้างแห่งหนึ่ง พ้นขอบหน้าต่างที่ปรุด้วยกระดาษเก่าเปื่อยออกไป ลมสายบางๆ โชยม้วนเส้นผมยาวสยายขึ้นเรี่ยระใบหน้าขาวผ่องของหญิงสาว บดบังใบหน้าบางส่วน หากแต่ดวงตานั้นวาววาม นางจ้องมองมายังผม- อ้อ ไม่ใช่..   ความจริงนางจ้องมองหนิงไฉ่เฉิน บัณฑิตหนุ่มจอมเงอะงะและทึมทื่อซื่อบริสุทธิ์ ตามสูตรพระเอกบัณฑิตบ้าตำรา ซึ่งกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ภายในบ้านโกโรโกโสอันคลุ้งด้วยกลิ่นอายปีศาจ ภาพถูกแช่ไว้เพียงไม่กี่วินาที ก่อนค่อยๆ เลื่อนถอยออกไปจนหายวับไปกับฉากหลังอันลึกลับ นับเป็นฉากเปิดตัวนางปีศาจที่จู่โจมหัวใจคนดูที่สุดเรื่องหนึ่ง แววตาของนางในฉากนี้ จะว่าไปแม้แต่นักพรตผู้แก่กล้าบารมีหากได้หันไปสบเข้าจังๆ อาจต้องตบะแตก ธาตุไฟเข้าแทรก เสียสติหรือแดดิ้นกันได้ง่ายๆ     สวยงามหมดจด แม้เป็นซีนสั้นๆ ในหนัง แต่ทว่าประทับใจเสียจริง     จำขึ้นใจว่าผีสาวแสนสวยชื่อเสี่ยวเชี่ยน นางเป็นตัวละครที่ทำให้จินตนาการแห่งรักอันพิสุทธิ์เริ่มผลิแย้มในหัวใจของเด็กน้อยคนหนึ่ง เงยหน้าขึ้นฟ้าก็มีแต่ใบหน้านางปีศาจสาวล่องลอยอยู่บนนั้น มันหลอกหลอน แต่เป็นการหลอกหลอนที่แสนงดงาม ..รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก.. เหมือนบทเพลงที่เขาร้องนั่นแหละ     ภาพยนตร์โปเยโปโลเย ภาคแรก หวังจู่เสียน รับบท “เสี่ยวเชี่ยน” เป็นผีสาวซึ่งตกอยู่ใต้อำนาจชั่วร้ายของจอมมาร ในป่าดิบเต็มด้วยต้นไม้ยักษ์พันธุ์พิลึก วิญญาณของนางล่องลอยวนเวียนอยู่ในป่านี้ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเพียงเพราะต้องคอยล่อลวงมนุษย์ให้ลุ่มหลงต่อมายายั่วยวนของตน จนกระทั่งพลั้งเผลอกลายเป็นเหยื่อโอชะให้เจ้าอสูรร้ายโผล่มาสูบเลือดเนื้อจนสิ้นชีพสยดสยองไป เสี่ยวเชี่ยนหาใช่ผีดุร้าย จ้องแต่อาฆาตมาดแค้น หากแต่เราจะเห็นหยาดน้ำตาของนางทุกครั้งภายหลังจากมนุษย์เหยื่อต้องตายอย่างอนาถ นางบอบบาง น่าสงสาร ช่างเป็นผีที่น่าเข้าไปโอบประคอง ปลอบประโลม และทะนุถนอมอย่างที่สุด ..รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก.. ขอฮัมเพลงต่ออีกรอบ (ฮา)       “โปเยโปโลเย” คำนี้ที่นักพรตเครายาวมักร่ายออกมาในช่วงการต่อสู้กับเหล่าปีศาจ เป็นเหมือนคาถาสยบมาร และกลายเป็นคำพูดติดปากของบรรดาเด็กผู้ชายหลายๆ คน ในทุกครั้งที่ประกอบวีรกรรมห่ามๆ เพี้ยนๆ เด็กๆ ก็มักพ่นถ้อยคำโปเยโปโลเยด้วยเสมอ โดยหารู้ว่ามันหมายถึงอะไร จวบจนหลายปีต่อมาจึงได้รู้ความหมาย       คำ “โปเยโปโลเย” แท้จริงแล้วเป็นบทสวดทิเบต ปรากฏในพระสูตรฉบับจื่อเฉียน สำเนียงภาษาแท้จริงนั้นต้องออกเสียงว่า "ปัวญั่วปัวลัวมี" มาจากรากคำ “ปรัชญาปารมิตา” ในภาษาสันสกฤต แปลเป็นไทยว่า “ปัญญาบารมี” หมายถึงคัมภีร์ปรัชญาปารมิตาของพุทธฝ่ายมหายาน แต่เนื่องจากเป็นคัมภีร์ที่สามัญชนคนธรรมดายากจะเข้าใจได้ หากแม้นเปล่งแค่คำสวดสั้นๆ ว่า ปรัชญาปารมิตา เป็นเนืองนิตย์ ก็จะได้บุญกุศลเทียบเท่ากับการได้ศึกษาคัมภีร์เล่มใหญ่เลยทีเดียว ส่วนการถอดเสียงเป็น โปเยโปโลเย ก็ด้วยคนไทยคุ้นกับสำเนียงกวางตุ้งมาแต่เดิมนั่นเอง       ส่วนบทภาพยนตร์ โปเยโปโลเย สร้างมาจากเค้าเรื่องสุดคลาสสิกของ “ผูสงหลิง” ชื่อภาษาอังกฤษคือ A Chinese Ghost Story และชื่อจีนคือ “เหลียวไจจื้ออี้” แปลได้ตรงตัวคือ บันทึกเรื่องพิสดารจากห้องหนังสือ จัดเป็นวรรณกรรมขึ้นหิ้งอีกเรื่องของชนชาติจีน ผูสงหลิงเป็นบัณฑิตตกยากในยุคต้นราชวงศ์ชิง เขาเขียน “เหลียวไจจื้ออี้” ด้วยความถี่ถ้วน พิถีพิถันในการเลือกใช้ถ้อยคำ เรื่องเล่าแต่ละเรื่องที่ปรากฏในงานเล่มนี้ของเขา มาจากการที่เขาลงทุนตั้งเพิงน้ำชาใกล้กับธารน้ำพุหลิวของหมู่บ้านผู เขตมณฑลซานตง โดยบริการน้ำชาแลกกับการฟังเรื่องประหลาด แปลกหู พิลึกพิสดาร ของผู้ผ่านทาง จากนั้นเขาจะจดบันทึกไว้ จนชาวบ้านเรียกขานเขาว่า “คนบ้านิยาย” โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับปีศาจจิ้งจอก เซียนผู้สำเร็จอภิญญา ผีสางนางไม้ และอสูรกายต่างๆ นั้นเขาจะสนใจซักไซร้อย่างที่สุด       นั่นคือที่มาของเรื่องเล่าแห่งผีสาวเสี่ยวเชี่ยน ผีร่างอรชร ร่อนไปร่อนมาในป่าอาถรรพ์ บ้านเก่า และสุสานร้าง ผีผู้พลิกเปลี่ยนมุมมองให้สถานที่เหล่านี้กลับกลายเป็นดั่งแดนเนรมิตสำหรับชายหนุ่มหลายต่อหลายคน ที่พร้อมยินดีจะพลัดหลงเข้าไปให้ได้สักครั้ง แม้รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยงต่อการรอดชีวิตกลับออกมาก็ตาม..       โอ มายาอันลุ่มหลง ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว หรือโลกของมนุษย์ก็หนีไม่พ้นเรื่องราวเช่นนี้ โอม โปเยโปโลเย.. เสียงกระดิ่งและลมฝนหวนกลับมาอีกรอบ ผมลืมตา ยืนฟังเสียงสวดในท่วงทำนองประหลาดอย่างสั่นหนาว
Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ