Loading...


มติ กมธ.สภา เคาะแก้ มาตรา 256










เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2563 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น เพราะหากไม่แก้มาตราดังกล่าวก็จะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญส่วนอื่นได้ รวมไปถึงข้อเสนอจากทุกภาคส่วนที่เสนอขอแก้ไขก่อนหน้านี้ และหากจะต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับก็อาจจะนำไปสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อมายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

อย่างไรก็ตามส่วนจะได้ตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ก็สุดแล้วแต่รัฐบาล ทั้งนี้ หากสภาฯ เห็นชอบตามรายงานของคณะกรรมาธิการฯ ก็จะส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะแก้ไขหรือไม่ หากรัฐบาลไม่แก้ เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะหน้าที่ของเรามีแค่นี้ ยืนยันว่าทำงานตามหน้าที่ไม่ได้ใช้การเมืองนำเหตุผล

 

ด้านนายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกมธ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาและทำรายงานสรุปสภาฯ หลายเรื่อง ทุกคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวดว่าด้วยการมี ส.ส.ร.ก็จะคล้ายกับปี 34 ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนได้รัฐธรรมนูญปี 40 ฉบับประชาชน ทั้งนี้ หากแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ได้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน จะได้ ส.ส.ร. และใช้เวลาอีกประมาณปีครึ่งก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่แท้จริงนำมาใช้แทนฉบับปัจจุบัน

 

สำหรับมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ว่าถ้าจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมีผู้เสนอญัตติเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผู้เสนอได้แก่คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 100 คน หรือส.ส.และส.ว.รวมกันไม่น้อยกว่า 150 คน หรือพลเมืองไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาญัตติ ซึ่งจะกระทำเป็น 3 วาระ วาระแรก รับหลักการ วาระที่ 2 แปรญัตติรายมาตรา วาระที่ 3 ลงมติรับหรือไม่รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 2

 

การออกเสียงในวาระที่ 1 และ 2 ใช้เสียงข้างมากของสมาชิกรัฐสภาเป็นเกณฑ์ แต่กรณีที่ป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย โดยเมื่อพิจารณาวาระที่ 2 เสร็จ ให้รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกําหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ 3 ต่อไป

 

การลงมติในวาระที่ 3 นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนี้ ในจำนวนเสียงสนับสนุน “ต้องมีส.ส.จากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภา หรือรองประธานสภา เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองรวมกัน และมีส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา เมื่อลงมติวาระที่ 3 แล้ว ให้รอไว้ 15 วัน จึงนําร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ขึ้นทูลเกล้าฯ


Loading...






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : มติ กมธ.สภา เคาะแก้ มาตรา 256  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ