Loading...


คลายล็อคดาว์นเปิดห้าง! ธุรกิจไทยทรุดผู้ค้าเจ๊งเพราะไร้เงานักท่องเที่ยวจีน










ภายหลังสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยลดจำนวนลงเป็นที่น่าพอใจ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นผู้บัญชาการสูงสุด ได้ประกาศ “คลายล็อกดาวน์” ระยะที่ 2 ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 นี้ ด้วยการอนุญาตให้ “เปิดห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า” เป็นวันแรกตั้งแต่ปิดร้างมาเกือบ 3 เดือน

 

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย Covid-19 ที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เข้มข้นมากซึ่งมั่นใจได้ว่า “ปลอดภัยติดเชื้อจาก Covid-19 ” อาทิ การคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) , มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด , การติดตามเพื่อความปลอดภัย (Safety Tracking) มีการ Tracking ข้อมูลสุขภาพ และการเดินทางผ่าน Application , การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส (Deep Cleaning) และ Big Cleaning ทุกสัปดาห์ , ลดการสัมผัส (Touchless Experience) ส่งเสริมการใช้ Cashless และ E-payment รวมถึงการดำเนินการทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับความปกติใหม่ ( New Normal) ในการดำเนินชีวิตในยุค Post - Covid-19 ทุกห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า ต่างงัดมาตรการสุดข้มเข้มเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่พนักงานของตนและลูกค้าเพื่อให้เกิดความมั่นใจในเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ

 

แต่คงไม่เป็นเช่นนั้น อาจจะคึกคักในช่วงวันแรก ๆ แต่ในระยะยาว ภาคธุรกิจ หรือผู้ประกอบการจะอยู่ไม่รอด!!!


Loading...

เพราะกลุ่มลูกค้าหลักของห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า 70-80% คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ย่านราชประสงค์ , สยามพารากอน , เซ็นทรัล , มาบุญครอง , สีลม , สยามสแควร์ , เอ็มโพเรียม ราชดำริ , ประตูน้ำ , เพลินจิต ฯลฯ ส่วนที่เหลือ 10 - 20 % เป็น คนไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว “จีน” หายไป11 ล้านคน หรือ 30% กำลังซื้อย่อมหายไปด้วย

 

พิจารณาจาก ปี 2019 นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเที่ยวเมืองไทยประมาณ 40 กว่าล้านคน เฉพาะ ชาวจีน 11 ล้านคน คิดเป็น 25-30% หรือ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเที่ยวเมืองไทย หากเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายที่มาเที่ยวไทยต่อหัวต่อคน 9 แสนบาทต่อเดือน หรือ รายได้การท่องเที่ยวไทยจากจีน ปีละ 6 แสนล้านบาท เม็ดเงินทั้งหมดเกินครึ่งกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด

 

สำหรับ คนไทย ณ เวลานี้ หมดกำลังซื้อ ชนชั้นกลาง ประสบปัญหาหนี้สินค้างชำระ ชนชั้นล่าง ตกงาน ว่างงาน ภาคธุรกิจรายย่อยย่ำแย่หนักไม่สามารถประกอบกิจการได้ สิ่งที่รัฐบาลทำได้เพียงช่วยเหลือเยียวยาระยะสั้น อาทิ จ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็น “เกษตรกร” และ “ผู้มีรายได้น้อย” ตาม "โครงการเราไม่ทิ้งกัน" ณ ขณะนี้จ่ายไปแล้ว 15 กว่าล้านคน แต่รัฐบาลยังเผชิญปัญหาจ่ายเงินไม่ทั่วถึงครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง เกิดปัญหาร้องเรียนไม่สิ้นสุด



หรือมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน ห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า ต้อง “ลดค่าเช่า” จากอัตราปกติ อย่างต่ำ 6 เดือน เป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นลูกค้าหลัก พร้อมกับ “ลดภาระ” อาทิ เงินเดือน ภาษีที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน และอื่นๆ ให้กับห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้าเพื่อช่วยบรรเทาต้นทุนของผู้ประกอบการ ที่สำคัญรัฐบาล เป็นตัวกลางในการเจรจาเยียวยาระหว่างผู้ประกอบการรายย่อยกับเจ้าของกิจการห้างสรรพสินค้า หรือ ศูนย์การค้า รวมถึงการปล่อย “Soft Loan เพิ่มสภาพคล่อง ทั้งหมดเป็นเพียงมาตรการต่อลมหายใจออกไปเท่านั้น

 

เพราะแม้ภาครัฐจะผ่อนปรนมาตรการระยะต่อไป ระยะที่ 3 หรือ 4 อาทิ ธุรกิจนวด ธุรกิจฟิตเนต โรงแรม โรงหนัง หรือ ผับบาร์ ย่อมได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะไม่มีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้แต่ “ภาคอสังหาริมทรัพย์” ยิ่งทรุดหนัก เพราะนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม ห้องชุด หรือ ลงทุนตั้งโรงงาน หรือ “ธุรกิจการค้าปลีกหรือค้าส่ง” อาทิ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ล้วนเป็นนักธุรกิจชาวจีนทั้งสิ้น

 

ดังนั้นภาคการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัยพ์ และ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทย จะซบเซาไปอีกนานจนกว่า นักท่องเที่ยว “จีน” จะกลับมา!!!




ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : Covid-19   ล็อกดาวน์  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ