Loading...


แรงงานเมียนมาหนีโควิดกลับประเทศยันกลับไทยอีกหากปกติ










ตาก-กลุ่มแรงงานเมียนมา บอกวิกฤติไวรัส COVID-19 ทำชีวิตลำบากมากต้องหนีกลับประเทศ ยันจะกลับมาทำงานเมืองไทยอีก หากเหตุการณ์ปกติ

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2563 ที่บริเวณด่านพรมแดนถาวร 2 สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้มีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ที่ยังคงตกค้างการเดินทางกลับประเทศเมียนมา ในวันสุดท้าย ( 25 มี.ค.63) ที่ทางจังหวัดตากผ่อนผันอนุญาตให้เดินทางกลับก่อนที่จะประกาศใช้ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ในวันพรุ่งนี้ ที่จะห้ามข้ามแดนโดยเด็ดขาด ทำให้แรงงานที่ตกค้างต้องรีบเดินทางกลับในวันนี้ ก่อนเวลา 18.30 น. โดยวันสุดท้ายของการเดินทางกลับได้มีแรงงานเมียนมามาขออนุญาตกว่า 1,000 คน

น.ส.อาโนวา อายุ 24 ปี ชาวกรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมา กล่าวว่า ตนเองเป็นคนมาจากกรุงย่างกุ้ง และได้เดินทางไปทำงานในกรุงเทพ ได้ประมาณ 5-6 เดือน โดยทำงานเป็นแม่บ้าน ให้ครอบครัวๆหนึ่ง ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 และช่วงเทศกาลใก้ลวันสงกรานต์ ได้ตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน ก่อนกลับก็ได้เงินค่าแรงยังไม่ครบ แต่ต้องรีบกลับก่อน เพราะหากเกินวันที่กำหนดจะไม่สามารถกลับบ้านได้เลย จึงต้องรับกลับ พร้อมเพื่อนๆที่มาด้วยกันประมาณ 20 คน ตนเองรู้ว่าเมื่อกลับบ้านนั้นต้องถูกกักตัวหลายวันในเมียนมาก่อนถึงบ้าน และหากจะกลับมาไทยก็ต้องถูกกักตัวอีก ทำให้เสียเวลา เป็นเหมือนว่างงานอีกนับเดือน ขาดรายได้ ขาดเงินชีวิตต้องลำบากแน่นอนในช่วง 3-4 เดือนต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือต้องระวังตัวเองจากการติดเชื้อไวรัส COVID-19 บอกตามตรงเลยว่าเมื่อกลับถึงบ้าน ใช้เงินที่พอจะมีอยู่บ้างในช่วงทำงานมีรายได้เก็บมา 3-4 เดือน จากนั้นหากเงินหมดก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายทั้งของตัวเองและครอบครัว ชีวิตวันนี้ได้รับผลกระทบมากมาย ทั้งขาดรายได้และต้องระวัง COVID-19

นายเส่งเส่ง อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดกอกาเรก สหภาพเมียนมา กล่าวในทำนองเดียวกันว่า มาทำงานที่มหาชัย ได้เกือบ 2 ปี เดิมคิดจะกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ แต่มารู้ข่าวว่าไทยจะปิดห้ามเดินทาง เข้า-ออก เกี่ยวกับการป้องกันไวรัส COVID-19 จึงต้องรีบเดินทางกลับบ้านทันทีก่อนหมดเวลาผ่อนผัน ซึ่งหากเหตุการณ์ปกติ ก็จะกลับมาไทยเพื่อทำงานอีกครั้งหนึ่ง แต่ในช่วงต่อไปอีก 2-3 เดือนข้างหน้าตนเองและครอบครัวคงลำบากแน่ๆ เพราะ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะหมดสิ้นไปเมื่อไร


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ