Loading...


“จีน”มิตรแท้ไม่ทิ้ง“ไทย”สู้ "โควิด-19" เดียวดาย










“จีน”มิตรแท้ยามยากเคียง”ไทย”สู้ภัย”โควิด-19”

โดย...วราภรณ์ คำสุวรรณ

หลังจากประเทศจีนผ่านพ้นวิกฤติทำสงครามไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ “โควิด-19”ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี 2020 จนได้รับชัยชนะทำให้เมืองทุกเมืองกลับมามีชีวิตชีวาปกติสุขเหมือนเดิมอีกครั้ง

แต่ตรงกันข้ามอีกซีก 1 ของโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา อเมริกาเหนือ อัฟริกา แอฟริกา เอเชีย รวมทั้งประเทศไทยต่างก็กำลังเผชิญกับวิบากกรรมไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรงและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการแพร่ระบาดเมื่อไหร่ แต่ด้วยความที่ประเทศจีน เป็นประเทศต้นต่อการเผยแพร่ไวรัสโควิด-19 ไม่เคยนิ่งนอนใจ ไม่ทิ้งเพื่อนมนุษยชาติทั่วโลกไว้ข้างหลัง จึงระดมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เคยผ่านมรสุมสงครามรบกับไวรัสโควิด-19 มาแล้ว ไปช่วยเหลือต่างประเทศที่กำลังเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้ายเพื่อกำจัดไวรัสภัยร้ายให้หมดจากโลก

สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน

เช่นเดียวกับประเทศไทยที่เป็นมหาพันธมิตรกับประเทศจีนมายาวนานกว่า 150 ปี ทางการจีนได้ประกาศอย่างแข็งกร้าวพร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 เล่นงานอย่างหนักและขยายวงกว้างไม่หยัดให้ผ่าวิกฤติไปจงได้ โดยเบื้องต้นทางการจีนพร้อมช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่จีนใช้ในการปราบปรามไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดจนประสบความสำเร็จ

ทางการจีนมีเจตนาที่ต้องการให้ความช่วยเหลือกับประเทศไทยนั้น ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ออกมาแสดงความขอบคุณมหามิตรจีนอย่างสุดซึ้งและพร้อมรับความช่วยเหลือจากจีนอย่างเต็มใจเพราะจีนเคยผ่านประสบการณ์ที่แสนสาหัสจากการสู้รบกับไวรัสโควิด-19 จนประสบความสำเร็จ ซึ่งเคล็ดลับดังกล่าวที่ทางการจีนยื่นมือช่วยเหลือกับไทยจะส่งผลดีมหาศาลต่อการปราบปรามไวรัสมรณะทำให้ประเทศไทยสามารถประกาศชัยชนะเหนือไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับประเทศกับจีนในอนาคตอันใกล้นี้

ที่ผ่านมาทางการไทยเดินหน้าต่อสู้ไวรัสโควิด-19 ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้ปิดเมือง ปิดประเทศเหมือนที่จีนได้ดำเนินการในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาดอย่างรุนแรง แต่ทางการไทยก็ยึดโมเดลเมือง”อู่ฮั่น” มณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นแบบอย่าง ซึ่งประเทศไทย ไม่ใช่ปิดประเทศ แต่ใช้วิธีคล้ายกันกับทางการจีน คือ ไม่ให้มีการเข้า-ออก เป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ที่รวมกลุ่มผู้คนจำนวนมากที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ะระบาดจากคนสู่คนก็ประกาศห้ามให้หยุดทั้งหมด

“เราต้องคำนึงว่าถ้าหยุดกจิกรรมทั้งหมดมันดีสำหรับประเทศไทยหรือไม่ ถ้าทุกกิจกรรมหยุดหมดมันมีผลในแง่ของการป้องกันการแพร่ระบาดก็สมควรทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ จึงจะผ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้”รมว.กระทรวงต่างประเทศ กล่าว

สอดคล้องกับ “จุลภาส (ทอม) เครือโสภณ" นักธุรกิจชื่อดัง สมาชิกทีมยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและบริการ ให้ความคิดเห็นว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทางการจีนยื่นมือให้ความช่วยเหลือประเทศไทยเพราะจีนมีประสบการณ์ที่สามารถปราบปรามไวรัสโควิด-19 จนได้รับรับชัยชนะ ซึ่งทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยอยากให้ทางการจีนมาถ่ายทอดบทเรียนในการแก้ปัญหาดังกล่าว ว่าทำอย่างไรถึงสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนประสบความสำเร็จ ซึ่งทั่วโลกต่างก็ทึ่งถึงความวิวัฒนาการของจีนที่สามารถปราบปรามไวรัสโควิด-19 พ่ายแพ้อย่างราบคาม ทั้งๆที่ ก่อนหน้านี้ทางการจีนไม่เคยเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หรือ แม้กระทั้งองค์กรอนามัยโลก(WHO)ให้เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว

จุลภาส (ทอม) เครือโสภณ นักธุรกิจชื่อดัง

จุลภาส บอกอีกว่า นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ของจีนแผ่นดินใหญ่และยกย่องความเด็ดขาดให้กับ สี จี้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน คือ ผู้นำชาติเอเชียและโลกก็ว่าได้เพราะเป็นคนที่กล้าหาญตัดสินใจแบบเด็ดขาดเบ็ดเสร็จทำเพื่อประชาชนชนชาวจีนทั้งประเทศ ยอม ”เจ็บปวดเพื่อจบ”เป็นบทเรียนและเยี่ยงอย่างที่ผู้นำประเทศต่างๆควรทำตามเพราะหากไม่เด็ดขาดในทางที่ถูกต้องประเทศย่อมเสียหายยับเยินจนถึงขั้นล่มสลายก็อาจเป็นไปได้

บทเรียนจากประเทศจีนในการทำสงครามไวรัสโควิด-19 จนหลุดพ้นจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ทั่วโลกควรถอดบทเรียนจากจีนและที่สำคัญอย่างยิ่งต้องหันมามองประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง วีระบุรุษผู้ปราบปรามไวรัสโควิด-19 จนศิโรราบ เพราะความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด กล้าทำทุกอย่างเพื่อประชาชนชาวจีนและชาวโลก


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ