Loading...


พัฒนา Skill เดิมเพิ่มเติม Skill ใหม่ แหวกคลื่น ดิสรับปชั่น










พัฒนา Skill เดิมเพิ่มเติม Skill ใหม่

ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ แหวกคลื่น Disruption

 

ความอยู่รอดท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรง คือความท้าทายของคนในยุค Digital Disruption โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่บริษัท ห้างร้าน ธุรกิจทุกระดับชั้น ต่างพากันปรับตัวครั้งใหญ่กันด้วยแล้ว

คำถามตัวโตที่เราต้องครุ่นคิดและตอบให้ได้ก็คือ เรายังมีความจำเป็นอยู่อีกไหม ?

เพราะผู้ที่พรั่งพร้อม ยุค Digital Disruption จะเต็มไปด้วยประตูแห่งโอกาสที่คอยเปิดอ้าต้อนรับแต่สำหรับผู้ที่ความสามารถในการปรับตัวต่ำ เข้าข่ายคุณลักษณะ Deadwood คนกลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อถูกอนาคตไล่ล่าและกลืนกินในท้ายที่สุด

ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ

ความร้ายกาจประการหนึ่งของยุค Digital Disruption ก็คือ เราไม่อาจอาศัยองค์ความรู้ดั้งเดิมหรือความถนัดเก่าๆ จากครั้งอดีตมาใช้ในปัจจุบันได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด บางทักษะจึงต้องพัฒนา และบางทักษะจำเป็นต้องปรับปรุง

ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) บอกว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งสัดส่วนของวัยแรงงานจะลดน้อยลงเรื่อยๆขณะเดียวกันเมื่อนำมูลค่าทางเศรษฐกิจไปหารด้วยจำนวนแรงงานจะพบว่าเรามีผลิตภาพ หรือ Productivity ที่ค่อนข้างต่ำ และสุดท้ายก็คือเรากำลังเผชิญกับ Digital Disruption

ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่าหากยังอยู่กันแบบเดิม ไม่ว่าเราหรือประเทศก็คงไปต่อไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ต้องมีการพัฒนาทักษะ ทั้งทักษะพื้นฐานในการทำงาน(Hard Skill) และทักษะที่ช่วยให้การทำงานไหลลื่นขึ้น (Soft Skill)

“การเรียนการสอนในรูปแบบเดิมๆ จะได้เพียงความรู้เบื้องต้น แต่ไม่ได้ทักษะที่เพียงพอในการทำงานจริง ฉะนั้นมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิด และมุ่งเน้นในการเสริมทั้ง Hard Skill และ Soft Skill” ผศ.ดร.ศุภชัย ระบุ

สำหรับ Hard Skill ที่จำเป็นในปัจจุบัน ประกอบด้วย ความสามารถในการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) การคิดการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ (Thinking) การบริหารจัดการคน (Team Management) ตลอดจนทักษะการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เสริมด้วยเรื่องของทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล(Big Data)

ส่วน Soft Skill ที่สำคัญ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) ทักษะการพูดและการโน้มน้าวใจ (Persuasive – Negotiate) การทำงานเป็นทีม (Team Leading and Following) ทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมตลอดเวลา (Adaptive) และการจัดการเวลา (Time Management)

“ปัจจุบันมีคำอยู่ 2 คำ ที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Re-Skill คือการสร้างทักษะใหม่ที่เข้ากับโลกปัจจุบันได้ ซึ่งอาจเป็นได้หลายแนวทาง ขึ้นกับโจทย์ของภาคธุรกิจว่าต้องการคนที่มีลักษณะแบบใด และ Up-Skill เป็นการพัฒนาทักษะเดิมให้ทันกับโลกยุคปัจจุบัน มักจะเป็นเรื่องการทำให้คนใช้เทคโนโลยีเป็น เช่น เรียนรู้การควบคุมเครื่องจักรที่ใช้ AI เพิ่มเข้ามาได้” ผู้อำนวยการสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มธ. ระบุ

งานวิจัยของ สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้สำรวจทักษะแรงงานของคนในยุค 4.0 และทักษะที่นายจ้างต้องการ พบว่าผู้ประกอบการต้องการเด็กที่มีประสบการณ์ในโลกของการทำงานจริงในลักษณะสหกิจศึกษา มากกว่าเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว เพราะเด็กที่ผ่านการฝึกงานจะเข้าใจว่าสถานประกอบการต้องการอะไร

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องการให้พนักงานบริษัท หรือกลุ่ม White Collar มีทักษะในการตัดสินใจ มีทักษะด้าน AI ตลอดจนการวิเคราะห์ Big Data ขณะที่กลุ่มผู้ใช้แรงงาน หรือ Blue Collar ต้องการเพียงแค่ความสามารถในการปรับตัว และไม่ปฏิเสธที่จะต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยี

 

ผศ.ดร.ศุภชัย เสนอว่า ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนและลุงทุนให้เกิดการ Re-Skill และ Up-Skill อาทิ การสร้างแพลทฟอร์มของวิชาบางอย่างให้คนเข้าถึงได้ เช่น ถ้าอยากให้คนเรียนรู้เรื่อง AI ก็ต้องทำหลักสูตรเบื้องต้นและเปิดอบรมฟรี จัดหาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อุปกรณ์เทคโนโลยี ฯลฯ

 

สำหรับสถาบันการศึกษาก็ต้องปรับการเรียนการสอน และควรให้บริการวิชาการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคนอย่างที่สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์สถาบัน มธ. ก็ได้มีการให้บริการอบรมทักษะทั้งในรูปแบบที่เปิดสาธารณะ แบบ in-house ภายในองค์กร รวมทั้งแบบบริการสังคมที่ไม่หวังผลกำไร พร้อมกับเป็นที่ปรึกษาองค์กรด้านทรัพยากรมนุษย์

 

รูปธรรมของผลงาน ไม่ว่าจะเป็น “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ที่ให้ผู้สูงวัยได้กลับมาเรียนรู้ในสิ่งที่เขาควรจะรู้ “การฝึกทักษะอาชีพผู้ใกล้พ้นโทษ”เตรียมความพร้อมก่อนออกจากเรือนจำ ไปจนถึง “มหาวิทยาลัยประชาชน” ที่ฝึกอาชีพให้กับประชาชน พร้อมมีตลาดให้ทดลองขายจริงได้

 

เหล่านี้สอดรับกับบทบาทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการเป็น Platform for Future Workforce หรือแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ของคนทุกเจนเนอเรชัน ในยุคที่ผู้คนอาจไม่ได้เกษียณอายุที่ 60 อีกต่อไป

 

“การเพิ่มทักษะมนุษย์ ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันด้วยแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง” ผศ.ดร.ศุภชัย ระบุ


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ