Loading...


ทำไมต้องอบรม "โดรน UAV และ Iot"











เผยแพร่ : 11 มกราคม 2564

โดรน (drone) หรือ ยานปลอดมนุษย์โดยสารแต่ถูกบังคับโดยมนุษย์ทางวิทยุหรือโดยระบบอัตโนมัติ มีหลายประเภท ทั้งโดรนบนบก โดรนใต้น้ำ และโดรนอากาศ ถ้าเป็นโดรนอากาศมักถูกเรียกว่า อากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV (Unmanned Aerial)

สถานการณ์การพัฒนาเทคโนโลยี โดรน ในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยจำนวนหลายบริษัท สามารถทำการออกแบบ ผลิต และจำหน่าย โดรน (drone) และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) (Unmanned Aerial Vehicle) ได้ ซึ่งทั้งสองผลิตภัณฑ์ถือเป็นเทรนด์ของโลกและตลาดกำลังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

โดรนมีบทบาทสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติภารกิจหลายด้านแทนมนุษย์ ทั้งการถ่ายภาพ การกู้ภัย การเกษตร และทางการทหารฯ เนื่องจากการใช้อากาศยานประเภทดังกล่าวนี้เหมาะสมกับภารกิจที่ต้องปฏิบัติซ้ำ ๆ ใช้เวลานานมาก ๆ หรือต้องเข้าไปปฏิบัติงานในบริเวณที่มีมลพิษ และต้องเสี่ยงอันตราย เป็นต้น

ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบการแพร่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เปิดเผยว่า เนื่องจากโดรน และ UAV จำเป็นต้องใช้สัญญาณการสื่อสาร โทรคมนาคม ในย่านความถี่ 2.4 GHz หรือ ย่านความถี่ 5 GHz ในการควบคุม จึงต้องดำเนินการขอการอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และจะต้องขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับนำโดรนหรือ UAV เสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ รัฐบาลเล็งเห็นถึงโอกาสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ จึงได้ประกาศให้เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม new-S Curve ด้วย ทำให้แต่ละปีมีการนำเข้าโดรน และ UAV เข้ามาเป็นจำนวนมาก และกำลังมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ หากสามารถทำการยกระดับอุตสาหกรรมนี้ได้จะทำให้ไทยสามารถเป็นผู้นำในกลุ่มอาเซียนได้ และสามารถขยับขึ้นรองรับการผลิตชิ้นส่วน โดรน UAV และจะสามารถขยายขีดความสามารถในการออกแบบ และผลิตเครื่องบินที่มีขนาดเล็กเชิงพาณิชย์ต่อไปได้ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์การพัฒนาเทคโนโลยีไอโอที (Internet of Things) นั้น ในปัจจุบันมีกระแสความนิยมของการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอัจฉริยะที่รู้จักกันดีในกลุ่ม Smart gadgets หรือ Wearable devices แม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างง่ายดาย

สิ่งเหล่านี้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเรียกว่า IoT โดย IoT ผสมผสานอยู่ในรูปแบบของบ้านอัจฉริยะ แอปพลิเคชั่น อุปกรณ์สวมใส่ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรมฯ ทั้งนี้ในด้านการผลิตอุตสาหกรรมนั้นปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทและเป็น OEM เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและส่งออกไปจำหน่ายทุกภูมิภาคของโลก

โดยผู้ประกอบการในประเทศไทยมีศักยภาพทั้งการผลิตชิ้นส่วน และรับจ้างผลิต มีจำนวนมากกว่า 20,000 บริษัท อย่างไรก็ตามปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสาร (Telecommunication) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบสมาร์ทโฟน(Smart phone) ทำให้มีบทบาทอย่างมากในการนำมาใช้งานในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมในเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในระดับสากล การจะวางตลาดผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อุปกรณ์โทรคมนาคม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ประเภท IoT จะต้องทำการขออนุญาตจากหน่วยงานรับผิดชอบต่างๆ เสียก่อน เช่น ในต่างประเทศจะมีหน่วยงานรับผิดชอบผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีหน่วยงาน Federal Communication Commission (FCC)

ประเทศในกลุ่มยุโรปจะใช้มาตรฐานซึ่งผ่านการทดสอบจนมีเครื่องหมาย CE mark เป็นต้น

สำหรับภายในประเทศไทย หน่วยงานที่ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ IoT ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งใช้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เป็นหลัก และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งควบคุมความถี่และความแรงของสัญญาณความถี่ เป็นควบคุมผู้ดูแล เป็นต้น

ซึ่งภาคอุตสาหกรรมของไทย ทั้ง นักวิจัย ผู้ออกแบบ ผู้นำเข้า ของผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่มยังมีข้อมูลด้านมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย เมื่อทำการออกแบบผลิตภัณฑ์และนำไปทำงานร่วมกันแล้ว อาจมีปัญหาในเรื่องต่าง ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานสั้น เสื่อมสภาพเร็ว ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

หรือแม้กระทั่งไม่สามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ถูกติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้กระทบต่อค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง และชื่อเสียงของบริษัทตามมาได้

ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการยกระดับผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่มนี้ให้ได้มาตรฐานคือ การอบรม เผยแพร่ความรู้ด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดรน และ IoT ให้แก่ผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั้ง ผู้ผลิต ผู้ออกแบบ ผู้ติดตั้ง ให้เกิดการนำความรู้ความเข้าใจ เพื่อการดำเนินธุรกิจ และผลิตตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้งานในประเทศ และการจำหน่ายสู่ตลาดสากลต่อไป โดย ดีป้า และ PTEC สวทช. คือสองหน่วยงานสำคัญที่จะประสานความร่วมมือในการจัดโปรแกรมอบรมดังกล่าว โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการอบรมได้ที่ PTEC สวทช. โทร 02-564 7000

 


Loading...






ประเด็นที่เกี่ยวข้อง : ทำไมต้องอบรม โดรน UAV และ Iot  

Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ