Loading...


แพะรับบาป











แพะรับบาป (scapegoat): โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ช่วงนี้ขาประจำทั้งใหญ่กลางเล็ก นักวิชา นักพยากรณ์ และนักอะไรต่อมิอะไร ออกมาให้ความคิดเห็นและทำนายทายทักเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองกันคล่องปากคล่องคอ ลักษณะร่วมกันประการหนึ่งของนักทั้งหลายเหล่านี้คือคือการตำหนิอะไรสักอย่างที่พูดไม่ได้ ไล่ไปตั้งแต่กฎหมายสูงสุดของประเทศไปจนถึงพระราหู ยกเว้นที่ไม่กล่าวถึงเลยคือ “ตัวเอง”  

อย่างรัฐธรรมนูญนี่โดนมาทุกฉบับ ไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ต้องร่างใหม่ รับรองว่าร่างใหม่แล้วจะแก้ปัญหาบรรดามีได้ 

นี่มีมาตั้ง 20 ฉบับแล้วยังไม่จบ ที่มาและวิธีการร่างก็แตกต่างหลากหลาย เนื้อหาหลัก ๆ ก็คล้าย ๆ กัน นี่จะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กันอีกแล้ว แทนที่จะแก้ไขตรงไหนที่เห็นกันว่าไม่เหมาะไม่สมเหมือนอย่างชาวโลกเขา เราจะนับ 1 กันร่ำไป แปลกแท้ ๆ … ก็ว่ากันไป

แต่อะไรก็ตามที่ถูกตำหนิอย่างน่าสงสารนี้เขามักเรียกกันว่า “แพะรับบาป” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า scapegoat 

เจ้าแพะรับบาปนี่มีผู้เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อยนะครับว่ามันคือแพะตัวที่ถูกนำมาบูชายัญเพื่อเป็นเครื่องเซ่นสังเวยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนในสังคมซึ่งไม่มีเหตุผลทึกทักกันไปเองในทำนองว่าเมื่อมีการบูชายัญเจ้าแพะนั่นแล้ว ทวยเทพเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนเหล่านั้นเชื่อกันไปเอง (โดยปราศจากเหตุผลรองรับแบบอุปทานหมู่) ว่ามีอยู่จริง ท่านจะดีใจที่ได้รับเครื่องสังเวย แล้วจะดลบันดาลประทานพร ความสุขสงบ และความผาสุกให้พึงเกิดมีแก่ผู้นำแพะมาบวงสรวง

คำนี้แพร่หลายเวลาสังคมตะวันตกมานานมากแล้วเพราะอยู่ใน  Book of Leviticus ของพันธสัญญาเก่า (Old Testament) และเป็นวิธีการคลาสสิคในการ “กำจัด” อะไรสักอย่าง โดยใช้ “ความเชื่อของคนส่วนใหญ่ของสังคม” การดำเนินการก็ง่าย ๆ ไม่ยากอะไร เช่น ในยุคมืดของยุโรปที่ผู้คนยังไม่มีความรู้ และใช้ความเชื่อมากกว่าเหตุผล (หรือจริง ๆ อาจไม่มีเหตุผลเลยด้วยซ้ำ) หากต้องการกำจัดใคร ก็กล่าวหาว่าคนนั้นเป็นพ่อมดแม่มด กล่าวหากันบ่อยเข้า หนาหูเข้า อคติทั้งสี่ก็จะเข้าครอบงำจิตใจ โดยเฉพาะความหลง ทีนี้ก็ไม่มีเหตุผลแล้ว จับผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อมดแม่มดมาเผาทั้งเป็นอย่างทารุณโหดร้าย บ้างก็ขับออกจากสังคมไปอยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย 

แพะรับบาปนี่แย่พอ ๆ กับแพะจริง ๆ  แพะตัวเป็น ๆ ได้แต่ร้องแบะๆๆๆๆๆ  แพะรับบาปก็ร้องได้ เป็นภาษาคนด้วยซ้ำ แต่ต่อให้ร้องจนคอแตก สังคมก็ไม่สนใจเพราะกำลังหน้ามืด คนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่กล้าจะพูดโต้แย้ง เพราะจะถูก “ยัดเยียด” ว่าเป็นพวกเดียวกับแพะ และจะถูกหางเลขไปด้วย จึงนิ่งเสียตำลึงทอง

ดังนั้น องค์ประกอบในการสร้างแพะรับบาปจึงมี 4 ประการ
(1) มีความเกลียดชังเป็นการส่วนตัว
(2) มีการสร้างสตอรี่ให้แพะดูน่าเกลียดน่ากลัว สมควรที่จะถูกกำจัด
(3) คนในสังคมส่วนใหญ่ใช้ความเชื่อมากกว่าเหตุผล และพร้อมที่จะเชื่อมากกว่าจะใช้เหตุผล (งมงายก็เรียก)
(4) คนมีเหตุผลจะไม่แสดงความคิดเห็นเพราะกลัวถูกยัดเยียดให้เป็นแพะไปด้วย ง่าย ๆ คือถ้าไม่ใช่พวกเรา ก็ต้องเป็นพวกแพะ

ฟังดูคุ้น ๆ แฮะ!!

แต่จริง ๆ ที่อยากเล่าคือแพะรับบาปนี่ไม่ใช่ตัวที่ต้องพลีชีพในการบูชายัญนะครับ เพราะตาม Book of Leviticus ที่กล่าวแล้วข้างต้น แพะในพิธีนั้นมีสองตัวหรือหนึ่งคู่ ตัวที่เป็นเจ้าแพะรับบาปนั่นจะเป็นตัวที่ไม่ตาย แต่จะแบก “บาป” (sin) หรือสิ่งอัปมงคลที่คนในสังคมเอามาฝากบอกมันไว้ แล้วเขาจะพามันไปปล่อยให้เร่ร่อนเอาชีวิตรอดเอาเองไปในทะเลทราย

พาวนมาเสียตั้งไกล …

ตั้งใจจะเล่าแค่ตอนท้ายเท่านี้แหละ.

 


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ