Loading...


เอกชนท่องเที่ยววอนรัฐบาลเปิดประเทศก่อนล่มสลาย











เผยแพร่ : 18 พ.ย.2563

ผู้บริหารโรงแรมใหญ่ยกทัพถก รมว.ท่องเที่ยว ประสานเสียงเปิดประเทศก่อนล่มสลาย เสนอสารพัดแนวทางรับมือแบบเอาอยู่ ไมเนอร์กรุ๊ปเปิดตัวเลข 9 เดือนที่ผ่านมา ขาดทุนทั่วโลก 14,000 ล้านบาท ขาดทุนในไทย 2,000 ล้านบาท แต่กำลังพยายามรักษาการจ้างงาน แต่ถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่รู้จะอึดได้แค่ไหน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดรับฟังปัญหาการดำเนินธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จากเจ้าของและผู้บริหารโรงแรมขนาดใหญ่ของไทยกว่า 20 ราย ประกอบด้วยกลุ่มดุสิตโฮเทลแอนด์รีสอร์ต กลุ่มบริษัทและโรงแรมในเครือสุโกศล กลุ่มโรงแรมแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กลุ่มเซนเตอร์ พอยต์ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน) แลนด์มาร์ค แลงคาสเตอร์ โฮเต็ลกรุ๊ป บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ฮอร์ลิเดย์ อินน์ บางกอก โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ และเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เป็นต้น

โดยผู้ร่วมหารือส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน ภาษี สิทธิประโยชน์ต่างๆ การกระตุ้นกลุ่มคนรวยท่องเที่ยวในประเทศแล้วสามารถเอาค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ การจับคู่ประเทศเดินทางไม่กักตัว (ทราเวลบับเบิล) เช่น การทำกับบางมณฑลในจีน เป็นต้น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิตฯ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปิดประเทศเพราะหากปล่อยไปเรื่อยๆ โรงแรมจะอยู่ไม่ไหว เพราะตั้งแต่ต้นปีต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเดือนละ 10-100 ล้านบาท จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือการถึงแหล่งเงินทุนหรือการประกันเงินกู้ รวมทั้งเสนอให้มีการเหลื่อมวันทำงานเพื่อกระตุ้นให้คนเที่ยววันธรรมดามากขึ้นและเร่งผลักดันกองทุนช่วยเหลือภาคท่องเที่ยว หรือในอนาคตหากมีวัคซีนแล้ว ก็ให้ไทยเตรียมความพร้อมเมื่อนักท่องเที่ยวได้วัคซีนแล้วก็ออกวีซ่า อิเล็กทรอนิกส์ และเดินทางมาได้ทันที พร้อมมีการติดตามตัวในประเทศ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในช่วงกลางปีหน้าในบางประเทศ

น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนในประเทศเข้าใจและยอมรับว่าการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว ไม่ได้ทำให้ประเทศแปดเปื้อน หากปล่อยเป็นอย่างนี้ต่อไป ในอีก 6-10 เดือนข้างหน้าไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา คงล่มสลายแน่ๆ เพราะแต่ละโรงแรมมีค่าใช่จ่ายเดือนละเป็น 10 ล้านบาท ทุกคนยอมเสีย 50-60 ล้านบาท แต่ไม่ใช่หมดเป็นร้อยล้านบาทแล้วไม่ได้อะไรนอกจากหนี้สะสม จึงอยากให้ดูประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงที่ปล่อยให้ไปมาหากันได้โดยไม่กักตัว

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อยากให้รับพิจารณาลดวันกักตัวของนักท่องเที่ยวจาก 14 วัน เป็น 10 วัน และ 7 วัน ตามลำดับ ซึ่งช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ไมเนอร์ กรุ๊ป ขาดทุนทั่วโลก 14,000 ล้านบาท และขาดทุนในไทย 2,000 ล้านบาท และได้พยายามรักษาการจ้างงานไว้ให้มากที่สุด แต่หากยังไม่มีรายได้ก็ไม่รู้จะรักษาไปได้นานเท่าใด

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า มาตรการรัฐควรเจาะจงช่วยโรงแรมเพราะเป็นภาคธุรกิจที่กระทบที่สุดฟื้นตัวช้าที่สุด เช่น การช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงานของโรงแรม 50% ในลักษณะเดียวกับมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยจ่ายค่าแรงให้เด็กจบใหม่ รวมถึงขยายเวลาลดเงินสบทบเข้ากองทุนประกันสังคม มาตรา 33 เหลือ 2% ที่กำลังจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้ออกไปอีกระยะหนึ่ง รวมทั้งคงการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องจ่ายในปีหน้าไว้ที่ 10% จะช่วยลดความเดือดร้อนลงได้บ้าง

นายโชคดี ซิศาลสิงห์ หัวหน้าสายงานกลุ่มโรงแรม 1 แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ตอนนี้โรงแรมที่ลงทุนทำเป็นสถานที่กักกันทางเลือกของรัฐ (ASQ) มีลูกค้าเข้ามาพักน้อยมาก ไม่คุ้มเงินที่ลงทุนทำระบบพื้น แอร์ วงจรปิด ส่วนลูกค้าทั่วไปเมื่อทราบว่าเป็น ASQ ก็จะไม่เข้ามาใช้บริการเลย จึงเสนอให้รัฐสนับสนุนการจัดประชุมสัมมนาเพื่อให้โรงแรมได้มีสภาพคล่อง ขณะที่นายรุ่งเรือง วิโรจน์ชีวัน หัวหน้าสายงานกลุ่มโรงแรม 2 AWC กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในไทยยังมีปัญหาเรื่องการออกใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ (COE) จากกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้โรงแรมเสียนักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่ 100 ห้องในชั่วข้ามคืน

ด้านนายพิพัฒน์กล่าวว่า จะนำข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาและได้ขอให้แต่ละโรงแรมประสานลูกค้าประจำของประเทศไทยเพื่อนำกลุ่มนี้เข้ามาก่อน ส่วนเรื่องตั้งกองทุนขึ้นมาดูแลนายกรัฐมนตรีได้สั่งในศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ให้ไปผลักดันเรื่องนี้ออกมา ซึ่งอาจใช้วงเงิน 50,000-100,000 ล้านบาท มาช่วยเหลือเอกชน และเอสเอ็มอีที่เดือดร้อนได้อย่างไรบ้าง และในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. วันที่ 18 พ.ย.นี้ จะเสนอผ่อนปรนการกักตัว 14 วัน โดยจะเตรียมเปิดให้ผู้กักตัวสามารถอยู่ในพื้นที่จำกัด (Area Quarantine)ได้ เช่น โรงแรมที่มีพื้นที่ติดทะเลก็ให้ออกมาเดินชายหาด หรืออาบแดดได้ ถ้า ศบค.อนุมัตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกกักตัวอยู่แต่ในห้อง “ผมทราบดีว่าท่านอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้ ท่านอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ผมก็มาจากภาคธุรกิจ ทราบดีว่าปีนี้หนักกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เยอะ ขออย่าคิดว่ามาเจอกันแล้วไม่ได้อะไร แต่หากที่สุดผมทำอะไรไม่ได้ ผมจะถือธงนำพวกท่านไปพบนายกรัฐมนตรี แต่ไม่อยากให้ถึงจุดนั้น เพราะคงหายใจไม่ออกแล้ว ตอนนี้ต้องทำความเข้าใจกับคนไทยว่าโควิดรักษาได้ แต่เรากำลังถูกผีโควิดหลอก ทั้งที่เสียชีวิตน้อยกว่าไข้เลือดออก”.

 

 


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ