Loading...


ชุมชนบ้านหว้านศรีสะเกษทำขนมจีนโบราญลงแขกเกี่ยวข้าว











เผยแพร่ : 17 พ.ย.2563

ชุมชน"บ้านหว้านศรีสะเกษ"ทำขนมจีนโบราญ

ฟื้นฟูตามวิถีชุมชนทานร่วมกันช่วงลงแขกเกี่ยวข้าว​

โดย.... เสนาะ วรรักษ์

วันนี้จะพาท่านไปดูการทำ​ ข้าวปุ้น​ หรือขนมจีนโบราณอีสานกัน​ ซึ่งนับวันจะสูญหายไปไม่มีการทำขาย​เพราะถูกโรงงานทำเส้นขนมจีนมาแย่งอาชีพนี้ไป

ขนมจีน​ แม้ว่าใช้ชื่ิอว่าขนม​ หากแต่ไม่ใช่อาหารว่าง​เป็นอาหารหลักกินแทนข้าวได้เลยในงานบุญ​ชาวบ้านหว้าน​ ต.น้ำคำ​อ.เมืองศรีสะเกษ​ จะร่วมกันทำขนมจีนเลี้ยงแขกที่มาในงาน

ซึ่งคำว่า ข้าวปุ้นจี่ ก็คือ การบีบขนมจีนแบบโบราณ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ข้าวปุ้น โดยการนำแป้งมาหมักไว้ 1 คืน จากนั้นนำมาต้ม และนำแป้งมาตำ นวดให้เข้าที่ นำมาลงที่เป้า หรือ ชาวบ้านเรียกโบก ก่อนที่จะใช้กระบอกกดลงไปที่โบก แป้งก็จะไหลผ่านรูลงมาที่ปิ๊บที่ต้มน้ำร้อนรองเอาไว้ เส้นแป้งที่ไหลผ่านรูลงมา ก็จะเป็นเส้นขนมจีน นำขึ้นมาจับเป็นตับๆ ทำน้ำยา นำมาทาน

ซึ่งแป้งที่ตำแล้ว นวดแล้ว ก็สามารถนำมาทำเป็นแผ่นบางๆ นำมาย่าง หรือชาวบ้านเรียกจี่ไฟร้อนพอดี ก็จะได้ทานแป้งขนมจีน หรือแป้งจี่นั้นเอง อร่อยมาก คล้ายแป้งรองพีชซ่า หาทานไม่ได้ง่ายนัก โดยชาวบ้านหว้าน ก็จะทำกันในช่วงการลงแขกเกี่ยวข้าว ฝ่ายทำข้ามจีนก็ทำ พวกที่ไปลงแขกเกี่ยวข้าวก็ลงไปเกี่ยว จากนั้นก็มาพักทานข้าวปั้น หรือทานขนมจีนด้วยกัน สนุกสนานตามประเพณี พร้อมกันนี้ในทุกวันอาทิตย์ก็จะมีประเพณี สวมโสร่ง นุ่งซิ่นผ้าไทย มาสวดมนต์ ทำบุญใส่บาตร ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์ ในทุกวันอาทิตย์ เป็นปกติด้วยอยู่แล้ว

นายวิมล​ ทองสาย​ ผู้ใหญ่บ้าน​เปิดเผยเรื่องราวรสชาตแตกต่างระหว่างเส้นขนมจีนทำมือกับเส้นขนมจีนจากโรงงานว่ารสชาติของเส้นขนมจีนที่ชาวบ้านทำนั้นจะมีรสชาตดีมีกลิ่นของข้าวเป็นธรรมชาติ​ อร่อย​หอม​เพราะไม่ใส่สารกันบูดและสารพอกขาว​ เก็บไว้ได้หลายวันกว่าเส้นมี่ทำจากโรงงาน..

สำหรับช่วงจังหวะที่มีการทำเส้นขนมจีนของชาวบ้านนั้น​ จะทำในวันที่มีงานบุญออกพรรษา​ เทศมหชาติและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว​ก็จะมีการทำขนมจีนกันที่วัด​เพื่อให้ประชาชนที่มาทำบุญได้กินกัน


Loading...







Loading...

เรื่องน่าสนใจ


Loading...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ